Kansai ดินแดนแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นหรือที่เรารู้จักกันดีในสมญานาม ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย (Land of the Rising Sun) นั้น แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักแต่ก็มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่และยาวนานนับพันปี ด้วยวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ความเป็นมิตรของผู้คน และมีระดับความปลอดภัยสูง จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดหลายๆคน (โดยเฉพาะคนไทยอย่างเรานี่แหละ) จึงเลือกเดินทางมาเที่ยวที่นี่เพื่อแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับชีวิต

ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นเกาะ โดยจะมีเกาะใหญ่ทั้งหมด 4 เกาะหลัก ได้แก่ ฮนซู ฮกไกโด ชิโกะกุ และคิวชู และมีเกาะเล็กๆอีกมากกว่า 6,800 เกาะ แบ่งพื้นที่การปกครองทั้งหมดเป็น 8 เขต อยู่ในเกาะฮนชูทั้งหมด 5 เขต ได้แก่ คันโต คันไซ โทโฮะกุ ชูบุ และชูโงะกุ อีก 3 เขต คือ ฮกไกโด ชิโกะกุ และคิวชู (รวมโอะกินะวะและหมู่เกาะรีวีว) มีพื้นที่ประเทศรวมทั้งหมด 377,944 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 60 ของโลก (ขนาดเล็กกว่าประเทศไทยเล็กน้อย) มีประชากรประมาณ 127 ล้านคน นับเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 10 ของโลก โดยมี โตเกียว (Tokyo) เป็นเมืองหลวง ซึ่งเฉพาะประชากรที่อาศัยอยู่ในโตเกียวและปริมณฑลก็มีจำนวนมากกว่า 30 ล้านคนเข้าไปแล้ว คนญี่ปุ่นจะเรียกชื่อประเทศตัวเองว่า นิปปง (Nippon) หรือ นิฮง (Nihon) ซึ่งแปลความหมายตรงตัวได้ว่า ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์

นอกจากโตเกียวซึ่งผู้คนมักไปเยือนเป็นที่แรกๆเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว คันไซ (Kansai) ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคยอดฮิตที่เป็นที่นิยมของนัะกท่องเที่ยวจากทั่วโลกไม่แพ้กัน เนื่องจากคันไซนั้นเป็นภูมิภาคที่มีประวัติศาสตร์ ความเป็นมายาวนาน เป็นที่ตั้งของอดีตเมืองหลวงสําคัญๆ จึงเต็มเปี่ยม ไปด้วยมนตร์เสน่ห์แห่งกาลเวลา อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ที่กลมกลืนไปกับความทันสมัยและแสงสี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย จึงมีกิจกรรมให้ทําหลากหลาย ทั้งเดินป่า ชมวัด ล่องเรือ ปีนเขา ช้อปปิ้ง ชิมอาหาร ด้วยความแตกต่างอย่างลงตัวที่ผสมรวมกันอยู่ในภูมิภาคแห่งนี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากใครหลายๆคนจะเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่

ตามเราไปดูกัน ว่าในภูมิภาคคันไซมีเมืองอะไรที่น่าสนใจและมีอะไรสนุกๆให้เที่ยวกันบ้าง

• โอซาก้า (Osaka)


ศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีของภูมิภาค เมืองที่เคยจัดงานสําคัญระดับโลกอย่าง Expo’70 อันเป็นที่ตราตรึงใจของผู้คนจนถึงปัจจุบัน เมืองแห่งอาหารอร่อย ทั้งเนื้อปลาปักเป้า ทะโกะยะกิ โอะโคะโนะมิยะกิ และบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป เมืองที่คุณสามารถชื่นชมความยิ่งใหญ่ในอดีตผ่านปราสาทโอซาก้าอันสวยงาม ชมแสงสียามค่ำคืนสุดโรแมนติกบนดาดฟ้าตึกรูปทรงแปลกตา ช้อปปิ้งและชิมอาหารอร่อยๆในย่านแห่งแสงสีซึ่งมีป้ายโฆษณากูลิโกะเป็นเอกลักษณ์ และสนุกสุดเหวี่ยงที่สวนสนุกชื่อดังระดับโลกอย่าง Universal Studios ที่มาพร้อมปราสาทฮอกวอตส์สุดยิ่งใหญ่จากวรรณกรรมและภาพยนตร์เรื่องดัง Harry Potter ทั้งหมดล้วนอัดแน่นอยู่ในเมืองอันเปี่ยมเสน่ห์ เที่ยวสนุกไม่มีเบื่อแห่งนี้

• เกียวโต (Kyoto)


อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปี ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงไปโตเกียว เกี่ยวโตเป็นนครแห่งประวัติศาสตร์ที่มีธรรมชาติสวยงาม ทั้งเมืองยังคงสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างลงตัว มีกิจกรรมให้ทําหลากหลาย ตั้งแต่ชื่นชมความงามของวัดวาอารามโบราณ แต่งชุดกิโมโนเดินเที่ยวในบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆอย่างกลมกลืน ชมสวนแบบเซนต้นตํารับที่โด่งดังไปทั่วโลก ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และปีนเขาแช่น้ำแร่ท่ามกลางป่าสวย หากคุณอยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นดั้งเดิมล่ะก็ บอกได้คำเดียวเลยว่าห้ามพลาดมาเยือนเมืองแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้เด็ดขาด

• นะระ (Nara)


เมืองแห่งฝูงกวางน้อย (แต่มีปริมาณมาก) ที่อยู่ร่วมกับชาวเมืองมาช้านาน โดยนักท่องเที่ยวสามารถป้อนขนมเจ้ากวางแสนเชื่องอย่างใกล้ชิด ชื่นชมความงามของวิหารไม้ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปสําริดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เดินขึ้นเนินเขาไปซมระเบียงไม้และวัดเก่าแก่ ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วเดินเล่นในสวนสาธารณะสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นเต็มปอดตลอดเส้นทางเดินเที่ยว เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วว่า ทําไมผู้คนจึงนิยมมาเที่ยวเมืองเล็กๆที่แสนมีเสน่ห์แห่งนี้

• โกเบ (Kobe)


เมืองท่าริมอ่าวทางทิศตะวันตกของโอซาก้า เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีแสงสียามค่ำคืนที่งดงามที่สุดในภูมิภาค และยังมีชื่อเสียงเรื่องเนื้อวัวรสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายตะวันตกจากบ้านเรือนสไตล์ยุโรปที่อยู่ในบรรยากาศของโลกตะวันออก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของไชน่าทาวน์ (Chinatown) หนึ่งในสามแห่งของญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปชมวิวที่สวนสมุนไพรบนยอดเขา ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆให้ทํามากมาย ปิดท้ายด้วยการแช่น้ำร้อนที่เมืองแห่งออนเซ็นเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

• ฮิเมะจิ (Himeji)


เมืองแห่งความหลังอันรุ่งโรจน์ที่หยุดกาลเวลาเอาไว้ให้เห็นถึงปัจจุบัน หนึ่งในเมืองที่ตั้งของปราสาทเก่าแก่ซึ่งเป็นมรดกโลก โดยทางการได้มีการอนุรักษ์เอาไว้แบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงภายในแต่อย่างใด ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

• วะกะยะมะ (Wakayama)


เมืองแห่งธรรมชาติ ป่าเขา และวัดโบราณ ที่คุณสามารถชื่นชมความงามของธรรมชาติได้อย่างอิ่มเอม นั่งรถไฟขบวนแมวเหมียวไปหานายสถานีซึ่งเป็นแมวจริงๆ ชิมวะกะยะมะราเม็งจากร้านเจ้าอร่อยขึ้นชื่อก่อนล้างปากด้วยสตรอว์เบอร์รีที่เด็ดสดใหม่มาจากฟาร์ม พร้อมปิดท้ายด้วยการชื่นชมความงามของน้ำตกที่ไหลลงมากลางวัด

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet