ช้อปปิ้งให้กระจายกันไปข้างในย่าน Namba แหล่งห้างสรรพสินค้าและร้านรวงสุดฮิตที่ช็อปอะฮอลิคห้ามพลาด!


นัมบะ (Namba) ย่านที่คึกคักไปด้วยผู้คนมาตั้งแต่สมัยอดีต ความคึกคักของย่านนี้เกิดขึ้นในช่วงยุคเอโดะ เมื่อพ่อค้าเศรษฐีชาวโอซาก้าชื่อ ยาสุอิ โดทม (Yasui Dotom) ได้บริจาคเงินส่วนตัวเพื่อใช้ขุดคลองเดินเรือมายังย่านนี้ เมื่อการเดินทางสะดวกความเจริญก็เริ่มก่อเกิด มีการเปิดโรงละครมากมายทําให้ย่านนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มาชมการแสดง ร้านค้า โรงน้ำชา รวมถึงร้านอาหารต่างๆ จึงทยอยกันมาเปิดเพิ่มขึ้น จนในที่สุดย่านนี้ก็ได้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงและเขตการค้าที่สําคัญใจกลางเมืองโอซาก้าจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

Glico Advertisement


ป้ายกูลิโกะอันโด่งดังที่เป็นสัญลักษณ์สําคัญแห่งย่านโดทมโบริ ที่ไม่ว่าใครมาถึงก็ต้องถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ในช่วงกลางคืนป้ายไฟนี้และร้านค้าโดยรอบจะเปิดไฟที่มีลูกเล่นและแสงสีสวยระยิบระยับดูตื่นตาตื่นใจ บริษัทกูลิโกะเริ่มทําป้ายโฆษณาที่ริมคลองโดทมแห่งนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 โดยป้ายที่เราเห็นกันล่าสุดเป็นป้ายรุ่นที่ 6 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.2014 ใช้หลอดไฟแอลอีดีบนตัวป้ายในการสร้างสีสันพร้อมกับนักวิ่งกูลิโกะแมนคนเดิมที่คราวนี้ไม่ได้อยู่แค่ในลู่วิ่งแต่วิ่งท่องเที่ยวไปทั่วโลกแทนป้ายเดิมรุ่นที่ 5 ซึ่งเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 – 2014 รวม 16 ปี

Tombori River Cruise

เรือชมความสวยงามของคลองโดทม เส้นทางเดินเรือเป็นแบบสั้นๆ มีไกด์คอยแนะนําประวัติความเป็นมาของย่านร้านค้าและร้านอาหารที่น่าสนใจบริเวณริมคลองให้ได้รู้จัก (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ใช้เวลา 20 นาที โดยจะมีเรือออกทุกวันในทุกๆครึ่งชั่วโมง

Dotombori


ถนนใจกลางย่านโดทมโบริ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายทั้งร้านมื้อหนักและมือเบา ที่ขึ้นชื่อ เช่น ร้านขายทะโกะยะกิ โอะโคะโนะมิยะกิ ซูชิ สุกี้ ชาบู ยะกินิกุ ปูยักษ์อะแลสกา เนื้อปลา ปักเป้า ฯลฯ แถมยังทําอาหารให้ชมกันสดๆที่ริมถนนทั้งปิ้ง เผา และอบ ส่งกลิ่นหอมยวนใจ ผู้เดิน ผ่านไปมาเรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยากกินอาหารประเภทใดก็มีให้ลิ้มลองทั้งนั้น

Shochiku-za Theatre


ในอดีตโดทมโบริเป็นย่านที่คับคั่งไปด้วยโรงละครที่มาเปิดประชันกันเช่นเดียวกับโรงละครโชชิคุสะ โรงละครเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 และยังคงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของย่าน อาคารโรงละครได้รับการอนุรักษ์โครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก จุดเด่นคือลักษณะโค้ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็นโค้งประตูชัยแห่งโดทมโบริ (Arc de Triomphe of Dotombori) มีการปรับปรุง ภายในใหม่ให้ทันสมัยเมื่อปี ค.ศ. 1997 จนสามารถจุคนได้ถึง 1,033 คน ภายในจัดแสดงละครเวทีคาบุกิซึ่งเป็นศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

Art Park

ท่ามกลางความวุ่นวายของทางเดินใต้ดิน Namba walk ที่คับคั่งไปด้วยผู้คน ยังมีเส้นทางเดินใต้ดินสั้นๆที่เต็มไปด้วยผลงานภาพวาดจําลองศิลปะโดยศิลปินชื่อดังในอดีตอย่าง ฟาน ก็อก, โกลด โมเน และศิลปินอื่นๆมากถึง 60 รูป ภาพเหล่านี้จัดทําขึ้นโดยสถาบันศิลปะแห่งเมืองชิคาโก (The Art Institute Chicago) เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีความสัมพันธ์เมืองชิคาโก – โอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 2003 ตลอดทางเดินนิทรรศการมีการจัดแสงอย่างดี ส่งให้ผลงานดูสวยงามและมีคุณค่า สะดุดตาและสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น

Apple Store Osaka


Apple Store สาขาแรกและสาขาเดียวในภูมิภาคคันไซ ตกแต่งภายในด้วยสไตล์โมเดิร์น เน้นวัสดุเป็นไม้ เหล็ก กระจก และใช้โทนสีขาวทั้งหมด ร้านนี้น่าสนใจตรงใช้คอนเซ็ปต์ตกแต่งร้านให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท คือเน้นความเรียบง่าย โดดเด่น ทันสมัย และให้รายละเอียดสินค้า (ส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น) แฟนๆสินค้า Apple หากมีโอกาสไม่ควรพลาด

Shinsaibashi-suji Shotengai


ถนนสายช้อปปิ้งสําหรับวัยรุ่นยาว 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์วัยรุ่น อย่าง Uniqlo, GU, Zara, Onitsuka Tiger, H&M และ Longchamp ร้านขายยาที่มีเครื่องสําอางสารพัดยี่ห้อ Matsumoto Kiyoshi, FANCL เกมเซ็นเตอร์ ตู้คีบตุ๊กตา รวมถึงร้านขนมยอดนิยมของวัยรุ่นอย่างเครป เค้ก ชานม ตั้งเรียงรายตลอดถนนสายนี้ นอกจากร้านค้าทั่วไปแล้วยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่าง Daimaru และ Sogo สําหรับขาช็อป เคยมีการบันทึกสถิติจํานวนผู้คนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของที่ย่านนี้ในวันหยุดพบว่ามีมากถึงวันละแสนคนเลยล่ะ!

America mura


ศูนย์รวมแฟชั่นและสินค้าสไตล์อเมริกัน มีทั้งร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ภาพยนตร์ และเพลง เหมือนบินตรงส่งมาจากประเทศสหรัฐ ในวันหยุดเราสามารถพบเห็นวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป ฮาร์ดร็อค และแบบชิคๆออกมาเดินกันทั่วย่านนี้ โดยจุดที่เป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ก็ได้แก่  ภาพศิลปะบนกําแพง (Wall Art) รูปปั้นเทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) ลานกว้าง จุดนัดพบ สวน Mitsu Park (Sankaku Park) รูปปั้นอังเคิลแซม (Uncle Sam Statue) เป็นต้น

Don Quijote (Donki Store)


ดองกิโฮเต้ หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่า ร้านดองกี้ เป็นร้านขายสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคขนาดใหญ่ที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรรสําหรับกินใช้และไปฝากเพื่อนในราคาประหยัด ตัวร้านตั้งอยู่ริมคลองโดทม มีทั้งหมด 5 ชั้น ด้วยกันและมีจุดเด่นคือชิงช้าสวรรค์ตั้งอยู่ด้านบนของอาคาร แต่เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ได้เปิดให้ใช้งาน ที่หน้าเคาน์เตอร์ร้านจะมีที่คิดเงินซึ่งมีกล่องใสๆที่ใส่เหรียญ 1 เยนเอาไว้เต็ม กล่องนี้เรียกว่า Just Box หากใครซื้อสินค้าแล้วมีเศษเงินไม่พอ เช่น ต้องเพิ่มอีก 2 เยน สามารถหยิบเหรียญ 1 เยนจากตู้นี้ไปใช้ได้เลย แต่หยิบได้ไม่เกิน 4 เยนนะ และต้องหยิบเฉพาะตอนจ่ายเงินเท่านั้น เรียกได้ว่าบริการแบบเอาใจลูกค้าสุดๆ

Little Osaka


ร้านที่รวบรวมขนมของกูลิโกะทั้งรสชาติธรรมดาทั่วไปและรสชาติแบบ Limited Edition อย่างเพรทซ์รสทะโกะยะกิ ป๊อกกี้คุมะมง ป๊อกกี้หมีแพนด้า โคลลอนสติ๊ก กูลิโกะพุดดิ้ง และขนมอื่นๆในเครือของกูลิโกะ แถมยังมีตุ๊กตาหมึกสุดน่ารักที่มองมุมไหนก็ไม่เบื่อ หากคิดจะซื้อของฝากให้เพื่อนๆที่เมืองไทย มาร้านนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

Matsumoto Kiyoshi

ร้านขายยาเจ้าดังที่มีสาขาอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ตัวร้านมีสองชั้น ชั้นแรกขายสินค้าประเภทยา เวชภัณฑ์ อาหาร ขนมขบเคี้ยว และสินค้าอุปโภคอย่างสบู่ แชมพู ครีมนวด โฟมล้างหน้า ยาสีฟัน ส่วนชั้นบนขายเครื่องสําอาง รวมถึงผลิตภัณฑ์บํารุงผิวแบรนด์ดังของญี่ปุ่นอย่าง Kose, Shiseido, SK-II ที่ทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นลดราคาพิเศษถูกกว่าร้านอื่นอยู่บ่อยๆ สาขาใหญ่ของย่านนัมบะจะอยู่ตรงหัวมุมถนนใกล้กับสะพาน Ebisubashi

GU

ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นญี่ปุ่นสําหรับวัยรุ่นแบรนด์ดัง เจ้าของเดียวกับร้าน Uniqlo ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องราคาถูก สําหรับใครที่อยากอัพเดทเทรนด์แฟชั่นของวัยรุ่นทั้งหญิงและชายญี่ปุ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า แวะมาที่ร้านแห่งนี้รับรองได้สินค้าครบมือแน่ๆ ร้านนี้เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้า