เช็คอินจุดท่องเที่ยวชื่อดังย่าน Tennoji เขตเศรษฐกิจใหม่ของโอซาก้า

เท็นโนจิ (Tennoji) เขตเศรษฐกิจเมืองใหม่ของโอซาก้าตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อน ศูนย์กลางเส้นทางรถไฟเพื่อเดินทางไปต่างเมืองอย่างนะระและนะโงะยะ ย่านการค้าที่มีห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า สํานักงาน และอาคารสูงระฟ้า ซึ่งปัจจุบันเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นตั้งตระหง่านท่ามกลางความทันสมัย ย่านนี้ยังมีสวนสาธารณะที่สวยงามพร้อมแหล่งการเรียนรู้สําหรับชาวเมืองที่น่าสนใจอย่างสวนสัตว์และหอศิลป์ให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนหย่อนใจ

Tsutenkaku Tower

สัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้ายุคใหม่ หอคอยสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1912 เพื่อเฉลิมฉลองงานแสดงสินค้าครั้งใหญ่ของประเทศในเขตศูนย์กลางของ “โลกใหม่” (Shinsekai) ในสมัยนั้น โดยใช้ประตูชัยแห่งประเทศฝรั่งเศสผสานกับหอไอเฟลเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรม เมื่อเริ่มสร้างหอคอยมีความสูง 64 เมตร มีกระเช้าชิงช้าสําหรับนั่งขึ้นไปชมบนยอดและมีชื่อว่า “สีเท็นกะกุ” (Tsutenkaku) ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “อาคารสูงระฟ้า” สมัยนั้นหอคอยนี้เคยเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเอเชีย น่าเสียดายที่หอคอยถูกไฟไหม้เสียหายเมื่อปี ค.ศ. 1943 เป็นเหตุให้ต้องทิ้งร้าง เมื่อ เวลาผ่านไปชาวเมืองเรียกร้องให้สร้างหอคอยนี้ขึ้นมาใหม่ หอคอยรุ่นสองจึงถูกสร้างขึ้นด้วยความสูง 103 เมตร เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 1956 และกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านให้เราได้เห็นกันจนถึงทุกวันนี้

หอคอยมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวในร่มที่ความสูง 87.5 เมตร โอบล้อมด้วยกระจกสี่ทิศ พร้อมกับรูปปั้นเทพเจ้าบิลลิเคน (Biliken) เทพเจ้ารูปเด็กนั่งยิ้มที่เชื่อกันว่าหากใครได้ลูบฝ่าเท้ารูปปั้นนี้จะมีแต่ความโชคดี นอกจากนี้ยังมีบริการถ่ายรูปที่จุดสูงสุดของตึก เมื่อเดินลงบันไดมาหนึ่งชั้นจะพบจุดชมวิวซึ่งมุมมองน้อยกว่าชั้นบน และเมื่อลงลิฟต์มาที่ชั้น 3 จะพบกับพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของหอคอย รวมถึงร้านของฝากกลิโกะที่จําหน่ายสินค้าแบบ Limited

Tennoji Zoo

สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของสวนสาธารณะเท็นโนจิ ภายในจัดแสดงสัตว์ต่างๆ มากมายจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่หาดูได้ตามสวนสัตว์ทั่วไปอย่างเพนกวิน ลิง เสือ สิงโต แรด กวาง รวมไปถึงสัตว์ที่หาดูได้ยากอย่างแพนด้าแดง โคอาลา ช้างไทย (หาดูยากสําหรับคนญี่ปุ่น) หรือหมีขั้วโลกที่หาดูได้ยากสุดๆในบ้านเราเพราะเป็นเขตเมืองร้อน

Shitennoji Temple

วัดในพุทธศาสนาแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 593 โดยเจ้าชายโชโตะกุ ผู้นํา ศาสนาพุทธจากประเทศจีนเข้ามาเผยแผ่ในประเทศญี่ปุ่น วัดนี้มีสถาปัตยกรรมแบบจีนยุคสมัยโบราณที่ยังคงสมบูรณ์ ภายในวัดมีสวนโกะคุระคุโจโด (Gokurakujodo) ซึ่งจัดตามแนวคิดแบบแดนสุขาวดี คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากนมัสการและขอพรกับพระโพธิสัตว์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ห้าชั้นของวัดแห่งนี้ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์แล้ว คิดหวังสิ่งใดก็จะสมความปรารถนา

วันที่ 14 มกราคมของทุกปี วัดแห่งนี้มีเทศกาล ยะ-โดะยะ (Doya-Doya) เทศกาลที่ให้ผู้ชายญี่ปุ่น สวมผ้าเตี่ยวแบ่งกันแย่งเครื่องรางของขลังของวัด และทุกวันที่ 22 เมษายนของทุกปีจะมีแสดงระบําโซเรียวเอะ (Shoryo-e) ระบำที่เป็นสมบัติประจําชาติญี่ปุ่นให้ชมที่วัดแห่งนี้อีกด้วย

Tennoji Park

สวนสาธารณะเก่าแก่ประจําโอซาก้า เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 มีพื้นที่ประมาณ 180 ไร่ ภายในแบ่งเป็นส่วนต่างๆทั้งบริเวณพักผ่อนหย่อนใจอย่างแปลงดอกไม้ที่ปลูกไว้สวยงาม บ่อน้ำขนาดใหญ่ เรือนกระจกต้นไม้เมืองร้อน ประติมากรรมต่างๆ และยังมีแหล่งการเรียนรู้อย่างสวนสัตว์และหอศิลป์ให้ผู้มาเยือนได้เลือกชมสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางเมืองใหญ่

Osaka City Museum of fine Arts

แหล่งรวบรวมงานศิลปะต่างๆโดยจัดแสดงทั้งภาพวาดและงานประติมากรรมให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้เข้ามาชม ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ปลูกต้นไม้สวยงามไว้รอบๆและมีมุมจัดแสดงวิธีชงชาแบบญี่ปุ่นให้ผู้มาเยือนได้จิบชาในบรรยากาศสวนที่สวยงามอีกด้วย

Abeno Harukas

อาคารระฟ้าสูง 300 เมตรซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 ภายในอาคารมีทั้งห้างสรรพสินค้า อาคาร สํานักงาน โรงแรม และจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเมืองโอซาก้าซึ่งมีชื่อว่า Harukas 300 ตั้งอยู่ที่ชั้น 58 – 60 เป็นชั้นที่มีแต่กําแพงกระจกสีเขียวใสเดินวนได้รอบทิศกั้นระหว่างภายในกับภายนอกอาคาร โดยทางขึ้นจุดชมวิวอยู่ที่ชั้น 16 ในช่วงเวลาค่ำที่ลานไม้กลางตึกชั้น 58 จะมีโชว์ Harukas 300 Light & Sound Show ซึ่งเป็นโชว์แสงสีเสียงให้นักท่องเที่ยวชมกันอีกด้วย ส่วนตึกสูงจะใช้คําว่า Skyscraper ส่วนหอคอยจะใช้คําว่า Tower ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างคนละประเภทกัน ส่วนอาคาร Abeno Harukas เป็นประเภทตึกสูง ตึกนี้จึงนับว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศ แต่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น

Spa World

สปาและออนเซ็นที่ภายในตกแต่งเป็นธีมประเทศต่างๆทั่วโลก ให้ความรู้สึกเหมือนได้แช่น้ำร้อนจากบ่อน้ำร้อนทั่วโลกในสถานที่เดียว บ่อออนเซ็นของที่นี่มีอยู่สองธีม คือ ธีมยุโรปตั้งอยู่ที่ชั้น 4 กับธีมเอเชียตั้งอยู่ที่ชั้น 6 โดยจะสลับชั้นของผู้ชายกับผู้หญิงทุกๆเดือน (เดือนคู่ผู้ชายจะได้ชั้นสปาธีมยุโรป ผู้หญิงจะได้ชั้นสปาธีมเอเชีย) ทั้งสองธีมมีบ่อออนเซ็นทั้งในร่มและกลางแจ้งหลายบ่อ บ่อที่น่าสนใจของธีมยุโรปคือบ่อโรมโบราณ (Ancient Rome) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้แช่น้ำร้อน ท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่หรูหรา ส่วนบ่อที่น่าสนใจของธีมเอเชียคือบ่อเคริว โนะยุ (Keiryu-no-Yu) บ่อน้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่นกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากผู้ใช้บริการจะเปลี่ยนไปแช่บ่อต่างๆได้ตามใจชอบแล้ว ยังมีห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำสมุนไพรให้ได้ใช้บริการกันอีกด้วย

Abeno Q’s Mall

ห้างสรรพสินค้าสําหรับวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารดังๆสําหรับวัยรุ่นและครอบครัว ตัวห้างมีทั้งหมด 4 ชั้น มีร้านที่น่าสนใจอย่าง Tokyu Hands, Uniqlo, Zara, ABC – Mart ร้านเกมตู้โด่งดังระดับโลก Sega และซูเปอร์มาร์เก็ต Ito Yokado เรียกว่าถ้าไม่รู้จะซื้ออะไรที่ไหน มาที่ห้างนี้ที่เดียวมีครบทุกอย่าง

One Piece Mugiwara Store

ร้านขายสินค้าลิขสิทธิ์ของการ์ตูนเรื่องดังระดับโลก One Piece สาขาแรกของโอซาก้าที่อัดแน่นด้วยสินค้าต่างๆของการ์ตูนเรื่องนี้มากกว่า 10,000 ชิ้น ทั้งโปสเตอร์ ขนม จานชาม แก้วน้ํา แฟ้ม สติ๊กเกอร์ ปากกา เข็มกลัด พวง กุญแจ โมเดล ฟิกเกอร์ ตุ๊กตา หมวก เสื้อผ้า กระเป๋า และอื่นๆอีกมากมาย ใครเป็นสาวกการ์ตูนเรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ควรพลาด

ABC Craft

ร้านขายสินค้าและอุปกรณ์สําหรับงานฝีมือสาขาใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีลายผ้าคอตต้อน ลินิน ไหมพรม บีดส์ แบบญี่ปุ่น ลายน่ารักๆมากมาย มีกระดุม ซิป อุปกรณ์ ตกแต่งงานผ้าหลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์ทําดอกไม้และตรายางสําหรับทําโลโก้แบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

Abeno Hoop

ช็อปปิ้งมอลล์ขนาด 6 ชั้นที่รวบรวมแบรนด์ดังเป็นที่รู้จักกันดีของวัยรุ่นญี่ปุ่น มีทั้ง Onitsuka Tiger, ABC – Mart Mega Stage, GAP, Manhattan Portage, Beams, Urban Research, Diesel, Denim & Supply Ralph Lauren, Marc by MarcJacobs, Adidas Original Shop และ Tower Records ที่ชั้นใต้ดินของห้างยังมี Gourmet Garden ศูนย์รวมร้านอาหารสไตล์คาเฟและอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวชัน

Daruma

ร้านคุชิคัตสึเจ้าดังประจําย่านที่มีคนต่อคิวยาวเหยียดตลอดเวลา หน้าร้านมีรูปปั้นตุ๊กตาคุณลุงใส่ชุดกุ๊กยืนกัดฟันทําหน้าเครียดเป็นสัญลักษณ์อยู่ ด้านในเป็นที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ที่ลูกค้ามองเห็นเชฟทําอาหารได้ตลอดเวลา กฎการกินคุชิคัตสึมีอยู่ง่ายๆคือให้นําของทอดมาจุ่มในหม้อน้ำจิ้มแล้ววางใส่จานตัวเอง ห้ามจุ่มซ้ำเพราะน้ำจิ้มนี้ใช้ร่วมกันกับลูกค้าในร้านคนอื่นๆ เมนูอร่อยของร้านนี้คือหมูและไก่เสียบไม้ทอด ย่านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา สาขาต้นตํารับอยู่ใกล้กับ Billiken Statue

Kankan Takoyaki

ร้านทะโกะยะกิรสเยี่ยมเป็นแผงเล็กๆขนาด 1 ชั้น ที่การันตีความอร่อยด้วยรูปภาพดาราญี่ปุ่นที่แวะ มาเยี่ยมเยือนหลายสิบรูปตั้งโชว์อยู่ ด้วยความที่ให้หมึกชิ้นใหญ่ เนื้อในหวานนุ่ม ราคาไม่แพง แถมได้จํานวนเยอะ จึงไม่แปลกที่ทําไมใครๆก็ต้องแวะกินทะโกะยะกิร้านนี้เมื่อมาย่านชินเซไก

Horumon Kushikatsu

ร้านคุชิคัตสึหรือของเสียบไม้ชุบแป้งทอดสไตล์ญี่ปุ่นขนาด 300 ที่นั่ง มีของทอดเสียบไม้ราว 40 ชนิดให้คุณได้เลือกสรรในราคาเพียงไม้ละ 100 – 300 เยน ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบที่สุดและทอดใหม่ทุกครั้งเมื่อลูกค้าสั่งพอจิ้มกับน้ําจิ้มสูตรพิเศษของร้านแล้วรสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัว เมนูเด็ดของร้านนี้คืออาหารทะเลเสียบไม้ทอด