เช็คลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตประจำเมืองนะระ (Nara)

Kofukuji Temple


ในอดีตเป็นวัดประจําตระกูลฟุจิวะระ (Fujiwara) ตระกูลที่มีอํานาจและอิทธิพลอย่างสูงในสังคมญี่ปุ่นยุคนะระและยุคเฮอัน วัดก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 710 (สมัยที่นะระเป็นเมืองหลวงของประเทศ) ว่ากันว่าในสมัยนั้นวัดแห่งนี้ยิ่งใหญ่มาก มีสิ่งก่อสร้างมากกว่า 150 หลัง (ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 15 หลัง) เมื่อมาถึงเมืองนี้ชาวญี่ปุ่นมักจะเข้ามาสักการะพระพุทธรูปที่วัดนี้ก่อนเดินต่อไปยังวัดโทไดจิ

สิ่งที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่มีวิหารหลักตะวันออก (Eastern Golden Hall) ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจําวัดและเจดีย์ไม้ห้าชั้น (Five – Storied Pagoda) สูง 50 เมตร ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์แทนเมืองนะระ มีความสูงเป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์ของวัดโทจิ (Toil) ในเมืองเกียวโต เจดีย์นี้สร้างขึ้นมาใหม่เมื่อ ค.ศ. 1426 เพื่อทดแทนของเดิมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 730 และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติประจําชาติญี่ปุ่นอีกด้วย

ในบริเวณเดียวกันยังมีพิพิธภัณฑ์สมบัติประจําชาติโคฟุกุจิ (The Kofuku National Treasure Museum) ซึ่งดูแลโดยวัดโคฟุกุจิ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับตัววิหาร จัดแสดงศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา มีศาลาทรงแปดเหลี่ยม (Octagonal Hall) สีแดงสดตั้งอยู่ฝั่งเหนือและฝังใต้ของวัด ในปีหนึ่งศาลาทั้งสองหลังจะเปิดเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และมีวิหารหลักกลาง (Central Golden Hall)   ที่อยู่ระหว่างการบูรณะ มีกําหนดเสร็จในปี ค.ศ. 2018 ซึ่งเมื่อเสร็จแล้วจะมีสถาปัตยกรรมรูปแบบเหมือนกับอาคารดั้งเดิมที่ถูกไฟไหม้เสียหายไปเมื่อปี ค.ศ. 1717

Nara National Museum


พิพิธภัณฑ์เก่าแก่อายุเกือบ 130 ปี ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1889 จัดแสดงผลงานศิลปะและรูปปั้นพระพุทธรูปศิลปะญี่ปุ่น อาคารพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 4 ส่วน คือ Original Building จัดแสดงพระพุทธรูปสําคัญในยุคอะซุกะถึงคะมะกุระ ส่วน West Wing จัดแสดงนิทรรศการงานศิลป์ รูปปั้น ภาพวาด และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาภายใต้แนวคิด “อัญมณีแห่งพุทธศิลป์” (Gems of Buddhist Art) ส่วน East Wing เป็นอาคารนิทรรศการพิเศษ และสุดท้ายคือ Buddhist Art Library ห้องสมุดเกี่ยวกับพุทธศิลป์ โดยทุกอาคารมีภาษาอังกฤษบรรยายประกอบความเข้าใจให้ด้วย

Todaiji Temple


สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดของเมืองนะระ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสวนสาธารณะนะระ วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง มีควา สวยงามและยิ่งใหญ่มาก สิ่งแรกที่จะได้พบเมื่อเดินทางมาถึงวัดคือประตูนั้นไดมง (Nandaimon) ประตูขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือสามารถเห็นไม้ค้ำยันโครงสร้างหลังคาได้อย่างชัดเจน ประตูบานนี้มีขนาดใหญ่จนต้องใช้เสาขนาดใหญ่ถึง 18 ต้นค้ำยันเพื่อรองรับน้ำหนักที่ด้านล่างของประตู มีรูปปั้นยักษ์ 2 ตนคอยเฝ้าวัดอยู่ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าจะช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีออกไปได้ เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะพบกับสวนขนาดใหญ่และประตูชุมง (Chumon) ประตูสีแดงสดที่ตั้งตรงกับวิหารใหญ่ที่อยู่ด้านใน แต่หากต้องการเข้าไปชมภายในวิหารจะต้องซื้อตั๋วที่จุดจําหน่ายที่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายเสียก่อน
ชื่อเต็มของวิหารพระใหญ่คือ วิหารไดบุสเด็น (Daibutsuden Hall) ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระใหญ่เมืองนะระ ทําจากสําริด สูงถึง 16 เมตร และหนัก 500 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นพระพุทธรูปองค์ต้นแบบของพระใหญ่แห่งเมืองคะมะกุระ ทางด้านขวามือขององค์พระเป็นประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิม ส่วนด้านซ้ายขององค์พระมีเสาต้นหนาเป็นช่องตรงโคนเสา คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากอธิษฐานแล้วลอดช่องเสาต้นนี้ได้คําอธิษฐานจะเป็นจริง

ด้านหน้าของวิหารจะมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักเก่าแก่ชื่อว่า บินซุรุ (Binzuru) หรือพระปิณโฑลภารทวาชะ (Pindola Bharadvaja) ใส่ชุดสีแดงตั้งอยู่ คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากมาลูบที่ส่วนใดๆของ พระพุทธรูปแล้วไปลูบที่ส่วนเดียวกันของตนเองจะช่วยให้อาการเจ็บป่วยที่บริเวณนั้นดีขึ้น ถ้าสังเกตดีๆบนองค์พระพุทธรูปจะเห็นรอยปุ่มลึกหลายจุดเลยทีเดียว

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 752 โดยคําสั่งของจักรพรรดิโชม ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนาและเชื่อว่าหากสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นจะคุ้มครองประชาชนให้รอดปลอดภัยจากโรคร้ายที่ระบาดอยู่ได้ การก่อสร้างวัดแห่งนี้นับเป็นงานที่ยากลําบากมากสําหรับผู้คนในยุคนั้น ด้วยความใหญ่โตของโครงสร้างอาคาร ว่ากันว่าต้องใช้คนก่อสร้างมากถึง 2,600,000 คนเลยทีเดียว วิหารปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่สร้างขึ้นมาใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1692 เพื่อทดแทนของเดิมที่พังทลายลงจากเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยลดขนาดเหลือเพียง 2 ใน 3 ส่วนของขนาดเดิมที่เคยสร้าง แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นวิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบันอยู่ดี

Tamukeyama Hachiman-gu Shrine


ศาลเจ้าแห่งความรักอันเก่าแก่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 749 ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดโทไดจิ ก่อนจะแบ่งออกมาเป็นศาลเจ้าในช่วงยุคเมจิ โดยอาคารที่เห็นกันในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1250 คนญี่ปุ่นเชื่อว่าหากคู่รักได้มาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะทําให้รักกันตลอดไป

Nigatsudo Hall


วิหารเก่าแก่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดโทไดจิ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.752 ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดโทไดจิ บริเวณเชิงเขาวะกะกุสะ จุดเด่นคือระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาจากภูเขาอย่างโดดเด่น มีบันไดไม้ลาดยาวอยู่ข้างๆวิหารระเบียงไม้แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติประจําชาติญี่ปุ่น สร้างใหม่เสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1669 ทดแทน ของเดิมที่ถูกไฟไหม้ ใครอยากชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองนะระไม่ควรพลาด และทุกๆวันที่ 1 – 14 มีนาคมของทุกปี หลังดวงอาทิตย์ตกดินจะมีเทศกาลโอมิสโทร (Omizutori) เทศกาลศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่กว่า 1,200 ปี ที่นําน้ำบริสุทธิ์ที่อยู่ด้านล่างวิหารมาประกอบพิธีจะมีพระวิ่งถือคบเพลิงพร้อมแกว่งให้เกิดสะเก็ดไฟบนระเบียงไม้ เชื่อกันว่าหากใครได้อาบสะเก็ดไฟที่ตกลงมาจะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้ครับ

Mount Wakakusa Slope


สวนสาธารณะที่มีแต่ทุ่งหญ้าเขียวขจี กินพื้นที่ภูเขาวะกะกุสะไปกว่าครึ่งลูก มองเห็นวิวมุมสูงของเมืองนะระขณะสไลด์ตัวลงจากยอดเขาได้ ใช้เวลาเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของสวนประมาณ 15-20 นาที ทุกวันเสาร์ที่สี่ของเดือนมกราคมในเวลากลางคืนจะมีงานเทศกาลยะมะยะกิ (Yamayaki) หรือเทศกาลเผาหญ้าแห้งบนภูเขาด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าคาสุกะไทชะตามวิธีการโบราณ พิธีการทั้งหมดของงานจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 17.00 น. จะมีการจุดพลุเฉลิมฉลองจํานวน 200 นัด แล้ว ตามด้วยการจุดไฟซึ่งจะลามไปทั่วทั้งภูเขาเห็นเป็นแสงไฟลุกโชนในยามค่ำคืน

Kasuga Taisha

ศาลเจ้าในลัทธิชินโตที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.768 ตัวศาลเจ้าทาสีแดงสดเป็นสถาปัตยกรรมแบบคาสุกะซุกุริ (KasugaZukuri) ซึ่งเป็นอาคารรูปแบบซ้ำๆ 4 หลังมาเรียงต่อกัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สถิตของเทพเจ้า ในอดีตเคยเป็นศาลเจ้าประจําตระกูลฟุจิวะระ) จุดเด่นที่น่าสนใจคือโคมไฟและหินญี่ปุ่นโบราณตั้งเรียงรายนับพัน และต้นซีดาร์อายุกว่า 800 ปีซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของศาลเจ้า ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างมาหลายร้อยปี แต่ที่ดูไม่เก่าเพราะว่ามีธรรมเนียม การบูรณะศาลเจ้าที่ต้องรื้อถอนแล้วสร้างใหม่ทุกๆ 20 ปี

Manyo Botanical Garden


สวนพฤกษศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้าคาสุกะไทชะ ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1932 ภายในเต็มไปด้วยดอกไม้ที่สวยงามนานาพรรณมากกว่า 300 สายพันธุ์ซึ่งปลูกตาม Manyoshน บทกลอนเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่ดอกวิสทีเรีย คามิลเลีย และ ไอริสจะบานสะพรั่งสวยงาม เป็นไฮไลต์ห้ามพลาด

Toshodaiji Temple


วัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 759 โดยนักบวชชาวจีนชื่อกันจิน (Ganin) ผู้นาพุทธศาสนาจากประเทศจีนในช่วงยุคราชวงศ์ถังเข้ามาเผยแผ่ในประเทศญี่ปุ่น จักรพรรดิญี่ปุ่นในยุคนั้นสั่งให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นตามสถาปัตยกรรมจีนทุกประการ เพื่อให้เป็นที่จําพรรษาของพระกันจิน ภายในวิหารใหญ่ของวัดเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันกร

Yakushiji Temple


สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเท็มม (Temmu) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 7 ด้วยความเชื่อว่าการสร้างวัดนี้จะช่วยรักษาพระมเหสีให้หายป่วยได้ วัดมีเจดีย์คู่ตั้งอยู่ด้านข้างวิหารหลักซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน ถือเป็นวัดแห่งแรกในญี่ปุ่นที่มีเจดีย์คู่ เจดีย์ฝั่งตะวันออกเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่รอดพ้นจากเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ เมื่อปี ค.ศ. 1528 มองดูแล้วเหมือนมี 6 ชั้น แต่ที่จริงมี 3 ชั้น ฝั่งตะวันตกเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับวิหารหลักทดแทนของเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ ผู้คนนิยมมาขอพรให้มีอายุยืนยาวที่วัดแห่งนี้

Heijo Palace (Nara Imperial Palace)


พระราชวังหลวงโบราณแห่งเมืองนะระที่ปัจจุบันเหลือแต่เพียงฐานให้เห็น ก่อสร้างขึ้นเมื่อครั้งสถาปนานะระเป็นเมืองหลวงของประเทศ หนึ่งในสถานที่ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ช่วงทศวรรษ 1990 ทางการญี่ปุ่นได้สร้างประตูวังซุสะ (Suzakumon) และสวนญี่ปุ่น Toin Teien ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวังขนมาใหม่ โดยจําลองรูปแบบสถาปัตยกรรมเหมือนของดั้งเดิมในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม

Higashimuki Shopping Street


ถนนช็อปปิ้งยาว 250 เมตร ที่มีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟ Kintetsu – Nara ซึ่งรวบรวมร้านของฝากและร้านอาหารที่น่าสนใจของเมืองเอาไว้มากมาย โดยมีร้านแนะนําดังนี้

• Okaru ร้านโอะโคะโนะมิยะกิหรือพิซซ่าญี่ปุ่น อาหารยอดนิยมของชาวโอซาก้า และคนในภูมิภาคคันไซ เป็นร้าน เจ้าเก่าแก่ของเมืองนะระ ราคาไม่แพง เมนูที่น่าสนใจของร้านนี้คือ Puchi -Setto หรือโอะโคะโนะมิยะกิชิ้นเล็ก 3 ชิ้น มีหน้าเบคอน กุ้ง และ ปลาหมึก ราคาเพียง 800 เยน  นอกจากนี้ยังมีเมนูอะคะชิยะกิ ขนมซึ่งเป็นต้นกําเนิดทะโกะยะกิขายอีกด้วย

• Udon-tei ร้านอุด้งท้องถิ่น เสิร์ฟเส้นอุด้งพร้อมเครื่องเคียงอย่างเต็มปุระ ผักทอด หรือจะกินเปล่าๆ คู่กับน้ําซุปร้อนหรือ เย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านก็ได้

• Totogin ซูชิราคาประหยัด ทําจากวัตถุดิบคุณภาพดี ราคาเริ่มต้นเพียงคําละ 120 ไขมันปลาชั้นระหว่างเนื้อ ซูชิขึ้นชื่อของร้านคือซูชิหน้าปลาดิบต่างๆ ทําจากเนื้อปลาชั้นดีแทรกด้วยไขมันปลาระหว่างเนื้อ