Wakayama เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา ทะเล ป่าไม้ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

วะกะยะมะ (Wakayama) เมืองใหญ่ใกล้โอซาก้าที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งขุนเขา ทะเล ป่าไม้ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ทั้งรถไฟสายแมวเหมียว ไร่สตรอว์เบอร์รี่ สวนส้มและเมลอน ปราสาทวะกะยะมะอันเก่าแก่ หุบเขาโคยะซัง หุบเขาแห่งพระพุทธศาสนา และออนเซ็นท่ามกลางโขดหินริมทะเลที่คัตสึอุระ เมนูที่คุณไม่ควรพลาดลิ้มรสเมื่อเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ก็คือ “วะกะยะมะราเม็ง” ราเม็งน้ำมันที่ไม่เหมือนใครและขึ้นชื่อว่าเป็นราเม็งที่อร่อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

การเดินทางจากโอซาก้ามาวะกะยะมะ
การเดินทางจากโอซาก้าหรือสนามบินคันไซมาวะกะยะมะ วิธีที่สะดวกสุด คือรถไฟ โดยมีให้เลือกใช้บริการอยู่ 2 บริษัท คือ

1. Japan Railways (JR)
ปลายทางเมืองวะกะยะมะ: รถเฟ JR Hanwa Line Base จากสถานี Tennoji ใช้เวลาประมาณ 60 นาที ราคา 860 เยน ลงที่สถาปี ๒ Wakayama

2. Nankai Electric Railway

ปลายทางเมืองวะกะยะมะ: นั่งรถไฟ Nankai ขบวน Main Line Sub Express จากสถานี Nankai Namba มาลงที่สถานี Wakayamashi ใช้เวลา 80 นาที ราคา 920 เยน (ถ้าใช้บัตร Kansai Thru Pass นั่งฟรี)
ปลายทางหุบเขาโคยะซัง: นั่งรถไฟ Nankai Koya Line Express จากสถานี Nankai Namba มาลงที่สถานี Gokurakubashi ใช้เวลาประมาณ 100 – 120 นาที ราคา 870 เยน (ถ้าใช้บัตร Kansai Thru Pass นั่งฟรี)

การเดินทางในวะกะยะมะ
จากใจกลางเมืองไปยังปราสาทวะกะยะมะสามารถเดินไปได้เลย แต่หากไม่สะดวกเดิน ในเมืองก็มีรถโดยสารประจําทางให้บริการเช่นกัน รถประจําทางในเมืองจะไม่มีกําหนดเวลาที่แน่นอน ต้องยืนรอรถบริเวณป้ายหน้าสถานีรถไฟ รถโดยสารประจําทางที่ควรรู้จักคือ หมายเลข #0 วิ่งรับส่งผู้ ระหว่างสถานี Wakayamashi และ JR Wakayama โดยผ่านปราสาทวะ ที่ป้าย Koen-mae

Wakayama Castle


ปราสาทบนเนินเขาใจกลางเมือง สัญลักษณ์ประจําเมืองวะกะยะมะ เป็นหนึ่งในสามของปราสาทญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับปราสาทแห่งอื่นๆ เนื่องจากมีทางเดินเป็นกําแพงสูงล้อมรอบเชื่อมกับตัวปราสาทหลัก (อีกสองแห่งคือปราสาทฮิเมะจิและปราสาทมัตสึยะมะ) ปราสาทสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1585 โดยคําสั่งของไดเมียวโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ ในสมัยเอโดะปราสาทแห่งนี้เป็นฐานที่มั่นสําคัญของตระกูลโชกุนโทะกุงะวะ เป็นที่รวมกําลังพลทหารที่เก่งกาจมากมาย ปราสาทวะกะยะมะถูกทําลายและสร้างขึ้นใหม่ภายหลังเกิดสงครามภายในประเทศหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะสร้างขึ้นมาใหม่และเปิดเป็นสถานที่สําคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1958 ภายในปราสาทจัดแสดงสิ่งของเก่าแก่ในยุคต่างๆมากมาย และที่ชั้นบนสุดของปราสาทมีจุดชมวิวที่สามารถชมเมืองวะกะยะมะได้ไกลสุดลูกหูลูกตา


ประตูโอะกะงุชิมง (Okaguchimon) ซึ่งเป็นประตูหลังของปราสาท เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวที่คงเหลือมาตั้งแต่สมัยก่อสร้างครั้งแรก หากสังเกตกําแพงรอบปราสาทจะพบว่าเป็นการเรียงหินซ้อนกันขึ้นไปเรื่อยๆด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากมีการก่อสร้างกําแพงในยุคสมัยที่ต่างกัน
ทางทิศเหนือของปราสาทมี สวนนิชิโนะมะรุ (Nishinomaru) สวนญี่ปุ่นโบราณที่มีศาลาและสะพานข้ามคลองเก่าแก่เป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจ ในเดือนเมษายนสวนรอบปราสาทแห่งนี้จะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่ออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณ ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในร้อยจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

Tama Train


หลายคนคงเคยได้ยินข่าวของสถานีรถไฟแมวเหมียวในประเทศญี่ปุ่นกันมาบ้างว่าเป็นสถานีที่มีแมวเป็นนายตรวจตัวใกล้กับทางออกสถานีรถไฟสถานีนั้นอยู่ที่จังหวัดวะกะยะมะนี่เอง รถไฟที่นําทางสู่สถานีแมวเหมียวคือสาย Kishigawa Line ของบริษัท Wakayama Electric Railway มีขบวนรถไฟ Tama Train ที่ตกแต่งทั้งภายในและภายนอกขบวนรถไฟไม่เหมือนขบวนไหนๆในโลก โดยใช้นายสถานีแมวเหมียวเจ้าทามะ (เพิ่งตายเมื่อปี ค.ศ. 2015) เป็นต้นแบบ การตกแต่งของรถไฟทั้งที่นั่ง โคมไฟ หรือประตู ต่างก็เป็นรูปแมวทั้งหมด สําหรับใครที่ชื่นชอบแมวไม่ควรพลาดรถไฟขบวนนี้เด็ดขาด

เส้นทางรถไฟสายนี้ไม่รวมอยู่ในพาสใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Kansai Thru Pass หรือ JR Pass หากต้องการโดยสารรถไฟเพื่อท่องเที่ยวตามเส้นทางบนสถานีนี้ อยากแนะนําให้ใช้ Wakayama Dentetsu Kishigawa Line One Day Ticket ซึ่งเป็นพาสที่ใช้ได้ไม่จํากัดจํานวนรอบใน 1 วัน ผู้ใหญ่ราคา 780 เยน เด็ก 390 เยน ซื้อได้ที่ชานชาลา 9 สถานีรถไฟ JR Wakayama

นอกจากขบวนรถไฟแมวเหมียวแล้ว รถไฟสายนี้ยังมีขบวนของเล่นเด็ก (Omocha Train) และขบวนสตรอว์เบอร์รี่ (Ichigo Train) ที่ตกแต่งเป็นลวดลายตามธีมวิ่งสลับให้บริการกันไปมาอีกด้วย โดยรถไฟมีบริการทุกๆ 30 นาที ตั้งแต่ เวลา 5.55 – 23.00 น.

Nitama Super Station Master @ Kishi Station

นิทามะ นายสถานีแมวที่ทางจังหวัดวะกะยะมะ พยายามปลุกปั้นให้เด่นดังเท่าเจ้าทามะตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 เมื่อทามะนายสถานีแมวผู้โด่งดังตาย บริษัท Wakayama Electric Railway ก็ได้แต่งตั้งนิทามะให้เป็น “ผู้ดูแลพิเศษสถานีรถไฟ” ประจําสถานี Kishi (14) แทน นิทามะเคยฝึกงานเป็นนายสถานีฝึกหัดอยู่ที่สถานี Idakiso (09) มาก่อน มันเป็นแมวตัวเมียที่ขี้เซามากไม่ต่างกับเจ้าทามะ เมื่อโดนปล่อยออกมาจากตู้เจ้านิทามะจะรีบวิ่งออกมากลิ้งเกลือกที่หน้าสถานีรถไฟทันที
ที่สถานีปลายทาง Kishi นอกจากจะมีนิทามะที่สถานีแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ทามะ ร้านกาแฟทามะ และจุดขายของฝากให้ผู้มาเยือนได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

นิทามะประจําอยู่ที่ห้องทํางานพิเศษส่วนตัว ใกล้ทางออกของสถานีทุกวันจันทร์ อังคาร ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. รถไฟ จากสถานีวะกะยะมะเที่ยว 14.55 น. เป็นเที่ยวสุดท้ายที่คุณจะขึ้นแล้วมาทันเห็นเจ้านิทามะ


ทามะ แมวเหมียวหน้าตากวนโอ๊ย นายสถานีแมวที่ประจําการอยู่ที่สถานีรถไฟ Kishi สถานีปลายทางของรถไฟ Wakayama Electric Railway ด้วยตําแหน่งที่ตั้งของสถานีรถไฟที่ห่างไกลจากชุมชน ทําให้ในอดีตผู้คนไม่นิยมใช้บริการรถไฟเดินทางเข้าเมือง เป็นเหตุให้สถานีแห่งนี้เงียบเหงาและขาดทุนมาก ทางสถานีจึงนําเจ้าทามะแมวกําพร้าซึ่งเป็นที่รักใคร่ของผู้คนมาเป็นนายสถานี เพื่อเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวในปี ค.ศ. 2007 นับตั้งแต่นั้นมาสถานีรถไฟแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักของผู้คนและกลายเป็นสถานีที่สร้างกําไรทําให้รถไฟสายนี้อยู่ได้ ทามะตายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว มีอายุ 16 ปี ซึ่งเปรียบได้กับคนอายุ 80 ปี

Strawberry Picking


ไม่ไกลจากสถานี Kishi สถานีแห่งเจ้าแมวเหมียวทามะ เป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รี่ชั้นดีของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูสตรอว์เบอร์รี่ เวลา 9.00 – 14.00 น. ของ ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่หน้าสถานีรถไฟ Kishi จะมีรถบริการรับ-ส่งลูกค้าเพื่อไปเก็บสตรอว์เบอรี่สดๆจากไร่ให้กินได้ไม่อั้นภายในเวลา 1 ชั่วโมง นี่เป็นโอกาสทองสุดๆสําหรับคนรักสตรอว์เบอร์รี แต่หากไม่มีเวลาไปเก็บถึงไร่ ใกล้ๆสถานี Kishi ก็มีร้านขายผลไม้จากสวนใกล้สถานีซึ่งมีสตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่เก็บมาจากไร่สดๆในราคาไม่แพงให้ซื้อไปฟินได้เช่นกัน

Kuroshio Ichiba Market


ตลาดปลาชื่อดังแห่งเมืองวะกะยะมะ แหล่งรวมกุ้งหอยปูปลาสดๆจากท้องทะเลญี่ปุ่นมาขายในบรรยากาศเมืองเก่า นักท่องเที่ยวจะได้ชมโชว์แล่เนื้อปลาทูน่าแบ่งขายแบบสดๆ (มีโชว์วันละ 3 รอบ 11.00, 12.30 1527 Kemi, Wakayar และ 15.00 น.) ตื่นตากับสัตว์น้ำหน้าตาแปลกๆที่ไม่เคยเห็น และอิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดใหม่ที่คัดสรรมาอย่างดี ทําเป็นอาหารเลิศรสทั้งแบบกินสดๆและทะเลเผาจากร้านอาหารต่างๆในตลาด

Porto Europa


ไม่ต้องไปไกลถึงโตเกียวดิสนีย์ซีคุณก็สัมผัสกลิ่นอายเมืองยุโรปยุคกลางได้ สวนสนุกริมทะเลแห่งนี้ที่สร้างขึ้นให้มีบรรยากาศแบบเมืองในประเทศฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ผสมรวมกัน ที่นี่เป็นแหล่งบันเทิงของเด็กๆและครอบครัวชาวญี่ปุ่นในวันหยุด มีเครื่องเล่นทั้งรถไฟเหาะ ล่องแก่ง โรงหนังสี่มิติ ชิงช้าสวรรค์ และม้าหมุน รวมทั้งสวนดอกไม้นานาพรรณ ใครที่ชอบความหวือหวาหวาดเสียวที่นี่อาจไม่เหมาะกับคุณ แต่ถ้าชอบบรรยากาศสวยงาม มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง

Kishu Kuroshio Onsen


สปาออนเซ็นไม่ไกลจากสวนสนุก Porto Europa เป็นออนเซ็นน้ำแร่จากใต้ทะเลลึก 1,500 เมตรที่เปิดให้ได้ชมความงามของอ่าววะกะอุระในแบบพานอรามา มีทั้งออนเซ็นแบบในร่มและกลางแจ้ง ซาวน่า และ Bedrock Bath หรือลานนอนแช่น้ำร้อนพร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกครบครัน

Awashima Jinja

ทานุกิ แมวกวัก กบ ดะรุมะหรือตุ๊กตาล้มลุกและอื่นๆ คนญี่ปุ่นบางคนเชื่อว่าการนําตุ๊กตามาทิ้งที่ถังขยะจะทําให้จิตวิญญาณที่อยู่ภายในตุ๊กตากลับมาหาเจ้าของ หลายคนจึงเลือกนําตุ๊กตามาทิ้งไว้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เพราะเชื่อว่าจะทําให้พวกเขาไม่ต้องกังวลกับมันอีก ทําให้ที่นี่กลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมมาเพื่อถ่ายรูปกับตุ๊กตานับหมื่นตัวที่อยู่รอบๆ นอกจากนี้ยังเป็นที่สถิตของเทพเจ้าซุกุนะ ฮิโกะนะ โนะ มิโกะโตะ (Sukuna Hikona no Mikoto) เทพเจ้าแห่งการแพทย์ที่หญิงสาวชาวญี่ปุ่นนิยมมาขอพรให้บุตรในครรภ์มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และเกิดมาอย่างปลอดภัย

Seigantoji Temple


วัดพุทธในนิกายเซ็นได สร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 5 โดยพระชาวอินเดียชื่อระเกียว โซนิน (Ragyo Shonin) ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าคุมะโนะนะชิไทชะ ด้านในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมพันกร วัดที่เห็นอยู่ในปัจจุบันสร้างขึ้นหลังจากสงครามกลางเมืองเมื่อศตวรรษที่ 16 โดยโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ วัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 2004 ร่วมกับสถานที่อื่นๆในเส้นทางแสวงบุญ

Sanjunoto Pagoda


เจดีย์แดงสามชั้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเซงนโตะจิ (Seigantoji) วัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดวะกะยะมะ เจดีย์แดงแห่งนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มักใช้โปรโมตในแผนการท่องเที่ยวของจังหวัดวะกะยะมะ มีฉากหลังเป็นน้ำตกนะชิและป่าไม้ที่เขียวขจี ด้านบนของเจดีย์เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวได้อีกด้วย

Nachi Falls


น้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความกว้าง 13 เมตรและสูง 133 เมตร น้ำตกแห่งนี้ถือเป็นน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ที่ในอดีตมักมีพระมาธุดงค์ ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมใกล้ๆได้

Ide-shoten


ร้านราเม็งที่ได้รับการโหวตจากรายการโทรทัศน์ของญี่ปุ่นให้เป็นราเม็งที่อร่อยที่สุดในประเทศ ตกแต่งร้านเรียบง่าย ไม่หรูหรา ที่นั่งในร้านมีเพียง 16 ที่ มีเพียงเมนูเดียวคือราเม็งหมูชาชู แบบปกติราคา 700 เยน แบบเพิ่มเส้นหรือหมูชาชู 800 เยน และแบบเพิ่มทั้งเส้นและหมูชาชูราคา 900 เยน นอกจากราเม็งแล้ว ของขึ้นชื่ออีกอย่างคือ ซูชิปลาซาบะ ราคาคําละ 150 เยน และไข่ต้ม เครื่องเคียงสําหรับกินกับราเม็ง ราคา 50 เยน

ถึงแม้ร้านนี้จะดูเป็นร้านเล็กๆไม่มีอะไร แต่ร้านนี้โด่งดังมาก ถึงขั้นที่พิพิธภัณฑ์ราเม็งเมืองโยะโกะฮะมะ (Shin – Yokohama Ramen Museum) ขอซื้อสูตรไปใช้ผลิตเป็นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปขายในอาคารพิพิธภัณฑ์โซน Take Out Ramen เลยทีเดียวล่ะ

Ramen Marui


ราเม็งน้ำซุปกระดูกหมูเกี่ยวกับซอสโชยุที่โรยหน้าด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอยแบบพูนชาม เลือกได้ตามความพอใจ มีอยู่ 2 สาขา คือ สาขาใหญ่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Wakayama และสาขาย่อยใกล้กับปราสาทวะกะยะมะ

เมนูแนะนํา: Ramen ราเม็งหมูชาชูใส่ต้นหอมพูนชาม ราคา 750 เยน และ Pirikara (Spicy) Ramen ราเม็งรสเผ็ดอีกเมนูยอดนิยมของร้าน ราคา 850 เยน

Menya Hishio


ร้านราเม็งรสเยี่ยมที่มีบริษัทหมักซอสถั่วเหลืองเจ้าดังในญี่ปุ่น Marushi Honke เป็นเจ้าของร่วม ร้านก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 ในเมืองยุอะสะ (Yuasa) เมืองต้นกําเนิดแห่งซอสถั่วเหลือง ลูกค้าจะได้ลิ้มรสโชยุราเม็งแท้ๆ น้ำซุปสีดําสุดเข้มข้น โรยปลาโอ รสหวานกลมกล่อมจากซอสถั่วเหลืองคุณภาพ ผสมผสานกับเส้น เหนียวนุ่มและหมูชาชู เข้ากันได้เป็นอย่างดี

Ryuotei


ราเม็งน้ำต้มกระดูกหมูสไตล์บะหมีจีน ซึ่งเป็นเส้นราเม็งขนาดเล็กในน้ำซุปคู่กับหมูชาชู มีเครื่องเคียงเป็นถั่วงอกหรือผักกวางตุ้งไต้หวันเป็นเอกลักษณ์ ไม่น้ำกับร้านอื่นๆในเมืองวะกะยะมะ
เมนูแนะนํา: Tonporo Men และ Chashน Men