ของฝากในคันไซที่คนนิยมซื้อ มีอะไรบ้างมาดูกัน

1. Royce ช็อกโกแลตยอดนิยม มีรสชาติหลากหลายที่นิยมที่สุดคือกล่องสีน้ำเงินที่เป็นรสต้นตํารับ หากซื้อกลับต้องแช่เย็นไว้ด้วยเพราะละลายเร็วมาก มีขายที่ Duty Free ในสนามบินญี่ปุ่น ราคากล่องละ 650 เยน

2. Jaga Pokkuru (Potato Farm), Jagabee ขนมมันฝรั่งแท่งอบกรอบคุณภาพเยี่ยมของคาลบี้ (Calbee) ที่ทั้งกรอบ มันและชิ้นยาวใหญ่ เป็นที่นิยมสุดของวัยรุ่นญี่ปุ่น หากลองซื้อฝากใครรับรองต้องติดใจแน่ๆ

3. Osaka Chiyoko ขนมซีเรียลครันช์อัลมอนด์ ของฝากประจําเมืองโอซาก้าที่มีโลโก้บนซองขนมเป็นรูปร่ม มีหลากหลายรส หาซื้อได้ที่สนามบิน

4. ผงโรยข้าว (Furikake) ของฝากที่อยากแนะนําให้ซื้อที่ญี่ปุ่นจะมีรสแปลกๆมากมาย ไว้คลุกกับข้าวไข่ดาวหรือไข่เจียวแทนซอสก็อร่อยไปอีกแบบ หาซื้อได้ตามร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต

5. คิทแคท ที่ญี่ปุ่นมีคิทแคทรสชาติแปลกๆอยู่หลายรสขึ้นอยู่กับท้องถิ่นที่ซื้อ รสชาติที่คนส่วนใหญ่นิยมในคันไซก็จะมีรสชาเขียว ชาอู่หลง สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก เมลอน และซินนามอน

6. Pocky & Pretz ที่ญี่ปุ่นขนมทั้งสองชนิดนี้มีรสชาติแปลกๆ อยู่มาก ที่อยากแนะนําคือ Pocky Crush รสชาเขียว Pocky รสหมีแพนด้า Pocky รสหมีคุมะมง Pretz รสทะโกะยะกิ และ Pretz รสปลาไหล


7. Kobe Pudding โกเบเป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องขนมหวาน โดยเฉพาะพุดดิ้งที่มีรสชาติไม่เหมือนใคร

8. เครื่องสําอางและยา เครื่องสําอางในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะผลิตในประเทศทําให้มีราคาถูกและคุณภาพดี ยี่ห้อที่คนนิยมซื้อเป็นของฝากก็มี Shiseido, Kosé, SK-II, DHC, Kanebo, Sana และ FANCL ครีมมาสก์หน้า Kose Mask White ครีมพอกหน้าใสยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาด

9. สารพัดเครื่องดื่มสําเร็จรูป ที่คนนิยมซื้อจะเป็นยี่ห้อ Maxim Green Tea Latte และกาแฟ ขวด Nescafe Koumibaisen ขวดสีน้ำเงินรสเข้มข้น

10. บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปญี่ปุ่นหรือ Cup Noodle มีสารพัดรสให้เลือก ทั้งรสแปลกๆที่อาจถูกและไม่ถูกปากคนไทย รสที่อร่อยส่วนใหญ่จะเป็นของยี่ห้อนิสชิน โดยเฉพาะรสแกงกะหรี่และรสซีฟู้ดอร่อยมาก หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปในญี่ปุ่น

*สินค้าพวกขนมส่วนใหญ่หาซื้อได้ตามห้างทั่วไปและในสนามบิน

Convenience Store


แทบทุกย่านของประเทศญี่ปุ่นจะมีร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งอยู่มากมายในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่นมีของขายแทบ ทุกอย่างทั้งอาหาร ผักสด เนื้อสด อาหารปรุงสําเร็จแช่เย็น ของกินเล่น และทุกร้านมีห้องน้ำไว้สําหรับให้บริการลูกค้าอีกด้วย

ตั้งแต่มีการปรับขึ้นภาษี มินิมาร์ทมักขายสินค้าราคาแพงกว่าตามซูเปอร์มาร์เก็ตโดยเฉพาะน้ำดื่ม หากใครอยากซื้อสินค้า ราคาถูกแนะนําให้ซื้อตามซูเปอร์มาร์เก็ตจะดีกว่ามินิมาร์ท

ตู้กดน้ำ


เกือบทุกซอกซอยของญี่ปุ่นจะมีตู้ขายของอัตโนมัติอยู่ โดยส่วนใหญ่ที่เห็นทั้งหมดจะเป็นตู้กดน้ำ มีทั้งตู้แบบร้อนและแบบเย็น ถ้าลองสังเกตดีๆบางครั้งหลายๆตู้จะมีโปรโมชั่นลดราคาเหลือน้ำกระป๋องละ 100 เยน จากราคาเต็ม 150 – 170 เยน (ราคาในตู้อัตโนมัติจะสูงกว่าที่ขายในมินิมาร์ทและซูเปอร์มาร์เก็ต)

นอกจากตู้กดน้ำแล้ว ที่ญี่ปุ่นยังมีตู้กดขายของอัตโนมัติแปลกๆ อีกมากมายทั้งตู้กดร่ม ตู้กดอาหาร ตู้กดบุหรี่ ตู้กดไอศกรีม รวมถึงตู้ขายของเล่นอัตโนมัติยังมีเลย

ร้านอาหารที่มีพื้นที่จํากัด

ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟ ทางเดินใต้ดิน หรือริมถนนใหญ่ เช่น ร้านราเม็ง ร้านขายข้าวแกงกะหรี่ ร้าน Yayoiken ร้านค้าเหล่านี้จะนําตู้กดอาหารมาใช้ในการรับรายการอาหารแทน เพื่อความรวดเร็วในการทําอาหารมาบริการลูกค้า

วิธีการใช้ตู้กดคูปองอาหาร/ราเม็ง
1. ใส่เงินเข้าเครื่อง
2. เลือกรายการอาหารที่ต้องการ (จะเลือกเมนูนั้นได้ก็ต่อเมื่อใส่เงินเกินหรือพอดีกับราคาอาหารเมนูนั้นๆ)
3. รายการอาหารที่เราสั่งจะออกมาเป็นคูปอง
4. นําคูปองไปให้พนักงานในร้าน หาที่นั่งรออาหารมาเสิร์ฟได้เลย!