เกร็ดน่ารู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น


เรื่องของเวลา ญี่ปุ่นอยู่ในเขตเวลาที่ UTC +9 เร็วกว่าไทยอยู่ 2 ชั่วโมง ไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น) ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100 โวลต์ (A.C.) ความถี่ 50 Hz (เขตคันโต) และ 60 Hz (เขตคันไซ) ใช้หัวปลัก แบบ 2 ขาแบน ต่างกับไทยที่ใช้ไฟฟ้าแบบ 220 โวลต์ (A.C.) ดังนั้นต้องเตรียมอุปกรณ์ที่เป็นปลั๊กแบบ 2 ขาแบนและรับกระแสไฟฟ้าในช่วง 110 โวลต์ได้ไปด้วย (โดยทั่วไปอแดปเตอร์แปลงไฟสําหรับชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าบ้านเรามักรองรับไฟได้ ตั้งแต่ 100 – 220 โวลต์อยู่แล้ว)

เรื่องของฝนฟ้าอากาศ
การตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าก่อนท่องเที่ยวเป็นสิ่งสําคัญมาก การพยากรณ์อากาศที่ญี่ปุ่นแม่นยํามาก ดังนั้นควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวที่ราบรื่นผ

การจ่ายเงิน
ในญี่ปุ่นเวลาจ่ายเงิน พนักงานจะไม่รับเงินสดจากมือลูกค้า เราต้องวางเงินทั้งหมดลงในถาด พนักงานจะหยิบเงิน ทอนเงิน และวางใบเสร็จคืนให้เราบนถาดเช่นกัน

กดเงินเยนที่ตู้เอทีเอ็มญี่ปุ่น
ตู้เอทีเอ็มของธนาคารในประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่รับบัตรเครดิตหรือเดบิตจากบางประเทศ แนะนําให้เลือกใช้บริการกดตู้เอทีเอ็มของไปรษณีย์ญี่ปุ่น (Japan Post) ซึ่งมีสาขาอยู่ตามสนามบินและสถานีรถไฟใหญ่ๆ เปิดให้บริการ 8.00 – 21.00 น. หรือตาม 7-Bank ซึ่งมีอยู่ทั่วไปตามเซเว่นอีเลฟเว่นเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ (ตู้ของเซเว่นอีเลฟเว่นมีเมนูภาษาไทยด้วย เสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาท กดเงินได้สูงสุดครั้งละ 200,000 เยน)

ภาษีและการคืนภาษี (Tax Refund)
ร้านค้าและห้างใหญ่ในญี่ปุ่นจะมี Tax Refund คืนให้นักท่องเที่ยว หากชื่อสินค้ารวมกันมูลค่ามากกว่า 10,000 เยน ส่วนใหญ่จะลดราคาสินค้ารวมและหัก Tax 8 เปอร์เซ็นต์ออกตอนคิดเงินให้ลูกค้าเลย (แต่ต้องบอกพนักงาน ก่อนคิดเงินว่าต้องการ Tax Refund) พนักงานจะขอหนังสือเดินทางมากรอกข้อมูล แปะใบเสร็จพร้อมประทับตราห้างลงในหนังสือเดินทาง (ห้ามแกะออกโดยเด็ดขาด) ใบเสร็จที่เย็บติดไว้เหล่านี้เจ้าหน้าที่ ตม.ขาออกญี่ปุ่นจะเป็นคนดึงเก็บไว้เอง แต่บางร้านก็มีขั้นตอนง่ายกว่าเพราะคืนให้เป็นเงินสดเลยที่แผนกขอคืนภาษีแทน

โทรศัพท์

1. โทรศัพท์สาธารณะ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะไว้ให้บริการอยู่ 2 แบบ คือ เครื่องที่โทร.ออกต่างประเทศได้ (สีเทา แปะสติกเกอร์ว่า “International & Domestic”) และตู้โทร.เฉพาะ ในประเทศ (สีเขียว ค่าบริการโทร.ภายในประเทศ 10 เยนนาที) โทรศัพท์ทุกตู้สามารถรับเหรียญ 10 เยน 100 เยน และบัตรโทรศัพท์ได้ ซึ่งบัตรโทรศัพท์จะมีหลายราคา หาซื้อได้ที่ตู้ขายอัตโนมัติสถานีรถไฟและร้านสะดวกซื้อทั่วไป

2. โทรศัพท์มือถือ สามารถพกโทรศัพท์ของตัวเองไปใช้โดยเปิดบริการโรมมิ่งผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้บริการอยู่ได้เลย แต่ละค่ายก็จะมีโปรโมชั่นหรือเงื่อนไขต่างกันไป ต้องศึกษาและขอเปิดใช้บริการก่อนออกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่ใครที่ไม่อยากเปิดใช้บริการโรมมิ่งก็ยังมีวิธีการอื่นๆที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า เช่น โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต Wi-Fi (แต่วิธีการนี้จะใช้ไม่ได้ในช่วงที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต)

ศึกษาข้อมูลการเช่าซิมหรือโทรศัพท์ของเครือข่าย Softbank ได้ที่ www.softbank-rental.jp/e/rental.php

การโทรศัพท์ตู้สาธารณะระหว่างประเทศจากญี่ปุ่นไปไทย
เมื่อหยอดเหรียญหรือใส่บัตรโทรศัพท์เข้าไปในตู้แล้วให้กด 001 + Sหัสประเทศ (66) + เบอร์โทรศัพท์ปลายทาง (ติดศูนย์ ตัวหน้าออก) เช่น หากต้องการโทร.กลับเมืองไทยเบอร์ 08-9123-45xx ก็ต้องกดที่ตู้โทรศัพท์ว่า 001668912345xx

เบอร์โทรศัพท์ที่เป็นประโยชน์
• ตํารวจ: 110 (ภาษาญี่ปุ่น), 03-3501-0110 (ภาษาอังกฤษ)
• ดับเพลิง/รถพยาบาล: 119
• ขอความช่วยเหลือ (Japan Helpline) : 01-2046-1997
• สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว: 03-5789-2433 (เวลาราชการ), 090-4435-7812 (กรณีฉุกเฉิน)

ห้องน้ำ
ห้องน้ำส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาใหญ่สําหรับคนไปญี่ปุ่นครั้งแรก เพราะเมื่อเปิดประตูห้องน้ำปั๊บ เราจะเจอกับชักโครกหน้าตาแปลกประหลาดรออยู่! ห้องน้ำที่ญี่ปุ่นจะมีโถส้วมอยู่ 2 แบบ คือ แบบโบราณที่เป็นแบบนั่งยอง ซึ่งแบบแรกยังมีไว้สําหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่ยังไม่ชินกับชักโครกแบบใหม่ ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบชักโครกที่มีฝารองนั่งไฟฟ้าทันสมัย

ตู้ล็อกเกอร์
สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปเหมือนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสถานีรถไฟและห้างร้านในญี่ปุ่นก็คือตู้ล็อกเกอร์ฝากของ เนื่องจากคนญี่ปุ่นไม่นิยมหิ้วของพะรุงพะรังไปไหนมาไหน หลายๆคน จึงฝากของเก็บไว้ในล็อกเกอร์และกลับมาเอาภายหลังเมื่อต้องการ สําหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เวลาที่ออกจากโรงแรมมาและไม่รู้จะไปฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่ไหน ตู้ล็อกเกอร์เหล่านี้เป็นสิ่งช่วยชีวิตและอํานวยความสะดวกได้มากเลยทีเดียว
ตู้ล็อกเกอร์ตามสถานีรถไฟญี่ปุ่นจะมีอยู่หลายขนาด ยิ่งมีพื้นที่เก็บของมากค่าฝากก็จะยิ่งสูง (ราคาเริ่มต้นที่ 300 – 800 เยนแล้วแต่ขนาด) ถ้าเป็นตู้เก่าๆจะเป็นแบบหยอดเหรียญไข กุญแจธรรมดา แต่ถ้าเป็นตู้รุ่นใหม่ๆจะเป็นแบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และให้กระดาษรหัสโค้ดสี่ตัวสําหรับใช้ปลดล็อกตู้เมื่อต้องการมาเอาของคืน

สิ่งที่คนญี่ปุ่นนิยมปฏิบัติในที่สาธารณะ


1. เข้าแถวไว้ก่อน คนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความมีระเบียบวินัย ดังนั้นเวลาจะทําอะไร ในสังคมคนญี่ปุ่นต้องเข้าแถว ทั้งร้านอาหาร ใช้ห้องน้ำ และใช้บริการขนส่งสาธารณะ

2. รอสัญญาณและข้ามถนนที่ทางม้าลาย แม้จะเห็นว่าถนนโล่งไม่มีรถวิ่งมาเลย แต่ถ้ายังเป็นไฟแดงอยู่ คนญี่ปุ่นก็จะยืนรอจนกว่าไฟจะเป็นไฟเขียวอนุญาตให้คนข้ามเท่านั้น ตามสี่แยกใหญ่ๆจะมีเสียงเพื่อให้ผู้พิการได้ยินสัญญาณข้ามถนนด้วย

3. ยืนชิดเป็นแถวบนบันไดเลื่อนหากไม่รีบ ที่ญี่ปุ่นจะแบ่งฝั่งกันใช้บันไดเลื่อนแบบชัดเจน ถ้าเป็นในโตเกียว คนที่ไม่รีบให้ยืนชิดซ้าย เว้นที่ด้านขวาให้คนที่รีบกว่าเดินขึ้นไป แต่ในโอซาก้าจะตรงกันข้าม (ถ้าไม่หลบให้ระวังคนข้างหลังจะเดินชนเอานะ)

มารยาทในการใช้รถไฟฟ้าประเทศญี่ปุ่น


1. หากมีกระเป๋าสะพายหรือเป้ใบใหญ่ให้วางไว้ที่ตะแกรงด้านบนที่นั่ง
2. คนญี่ปุ่นไม่นิยมลุกให้ผู้สูงอายุนั่ง เพราะมี“Priority seat” ที่หัวและท้ายของทุกตู้รถไฟอยู่แล้ว (ดูสัญลักษณ์ได้ที่กระจกเหนือเก้าอี้) ถ้าเรานั่งเก้าอี้ประเภทนี้อยู่แล้วพบว่ามีผู้สูงอายุ คนท้อง แม่อุ้มลูก และคนได้รับบาดเจ็บมา ควรแบ่งพื้นที่หรือลุกให้เขานั่ง
3. หากพบป้ายตามตู้รถไฟที่เขียนว่า “Ladies Car” หมายถึงตู้สําหรับสุภาพสตรี สุภาพบุรุษไม่ควรเข้าไปแม้จะเห็นว่ามีที่ว่างอยู่ก็ตาม
4. ไม่โหนกายกรรม ไม่เปิดเพลงเต้น และไม่คุยโทรศัพท์เมื่ออยู่บนรถไฟ