ประเภทของรถโดยสารและวิธีการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น

วิธีการซื้อตั๋วโดยสารรถไฟใต้ดิน (Subway)
1. ให้ดูราคาค่าโดยสารรถไฟจากแผนที่บริเวณด้านบนเครื่องขายตัวก่อนว่าสถานีที่จะไปนั้นราคาค่าโดยสารเท่าไหร่
2. หลังจากทราบราคาตัวที่ต้องซื้อแล้ว ให้กลับมาที่ตู้ กดปุ่มเปลี่ยนเป็น ภาษาอังกฤษที่ปุ่มด้านซ้ายมือของจอ
3. เลือกประเภทของตัวที่จะซื้อ เช่น ตั๋วเที่ยวเดียวหรือพาส เช่น One Day Pass, PiTaPa
4. หลังจากกดแล้วตัวเลขราคาจะโชว์ขึ้น ให้กดราคาตั๋วที่ดูเอาไว้แล้ว (หากไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่ ให้เลือกราคาต่ำสุดแล้วค่อยไปจ่ายเพิ่มที่สถานีปลายทางกับเครื่อง Fair Adjustment ก็ได้)
5. ใส่เงินลงไปในช่องใส่เงินโดยใช้ได้ทั้งธนบัตรและเหรียญที่มีค่าตั้งแต่ 10 เยนขึ้นไป (สามารถหยอดเหรียญลงไปพร้อมกันหลายๆเหรียญโดยไม่ต้องนับเพราะเครื่องจะนับให้เอง)
6. รับตัวหรือพาสและเงินทอนในช่องด้านล่างนี้ (เครื่องส่วนใหญ่สามารถทอนธนบัตรได้)

การจองที่นั่งบนรถไฟ
รถไฟบางประเภทของญี่ปุ่นโดยเฉพาะรถไฟ JR ที่วิ่งทางไกล เช่น รถไฟด่วนจากสนามบินเข้าเมือง รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น จะบังคับจองที่นั่งในการเดินทาง (Reserved Seat) เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเมื่อต้องการล็อกที่นั่ง (ใครที่ถือ JR Pass สามารถจองที่นั่งได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าอะไรเพิ่มเลย ในกรณีที่ไม่ใช่รถไฟแบบ Green Car)

รถไฟส่วนใหญ่ที่จองที่นั่งได้จะเป็นของบริษัท JR ถ้าเป็นของเอกชนก็จะเป็นรถขบวน Limited Express สําหรับ JR สามารถจองที่นั่งได้ที่ JR Ticket Office ตามสถานีรถไฟของ JR ส่วนรถไฟของเอกชน ถ้าไม่ซื้อที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มตอนตรวจตัวบนรถไฟ

การจองที่นั่งบนรถไฟเหมาะกับคนที่ใช้รถไฟเดินทางระยะไกล ใช้เวลาเดิน ตัวอย่างเช่น เส้นทาง Osaka – Tokyo, Osaka – Nagoya เพราะถ้าซื้อแบบไม่จองที่นั่ง (Unreserved Seat) หากเดินทางในช่วงไฮซีซันที่มีนักท่องเที่ยวและผู้คนเดินทางเป็นจํานวนมาก อาจต้องไปแย่งที่นั่งกับคนอื่นๆบนโบกี้ Unreserved Seat ซึ่งอาจไม่ได้นั่งและต้องยืนตลอดระยะเวลาที่เดินทาง

ประเภทของรถไฟในญี่ปุ่น


บริษัทรถไฟในญี่ปุ่นมีรถให้บริการหลายประเภททั้งรถแบบธรรมดา รถเร็ว รถด่วนพิเศษ ใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกๆหรือไม่ชินกับรถไฟในญี่ปุ่นอาจงงได้ง่ายๆในเส้นทางเดียวกัน รถแต่ละประเภทจะทําความเร็วและเวลาในการเดินทางได้ต่างกัน ใครที่ขึ้นรถผิดประเภท อาจทําให้ทริปการเดินทางเสียเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์เลยทีเดียว

แม้บางครั้งเราจะเห็นว่ารถไฟ Local มาถึงสถานีก่อน แต่หากยอมเสียเวลารอรถไฟประเภท Rapid หรือ Express ที่มาถึงทีหลัง สุดท้ายรถไฟประเภทที่เร็วกว่าจะไปถึงสถานีปลายทางก่อน (เพราะรถ Local จะจอดรับคนทุกสถานีทําให้เสียเวลามากกว่า) ดังนั้นไม่จําเป็นต้องขึ้นรถคันแรกที่มาถึงสถานีก่อนเสมอไป

บริษัทรถไฟส่วนใหญ่แบ่งประเภทรถไฟของตัวเองเป็นดังนี้

1. Local Train (รถธรรมดา/รถท้องถิ่น) จอดทุกสถานีที่ผ่าน ใช้เวลาในการเดินทางนานที่สุด
2. Rapid Train (รถเร็ว) ไม่จอดบางสถานี ทําให้เร็วกว่า แบบ Local รถไฟประเภทนี้จะคิดราคาเท่ากับแบบ Local Train
3. Express Train (รถด่วน) รถไฟประเภทนี้จะจอดบางสถานี โดยจอดน้อยกว่าแบบ Rapid ทําให้ทําเวลาได้มากขึ้นอีก สําหรับบริษัท JR เมื่อขึ้นรถประเภทนี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียม เพิ่มเป็น Express Fee จากราคาปกติ
4. Limited Express (รถด่วนพิเศษ) รถไฟประเภทนี้จะจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆสําคัญๆเท่านั้น เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสําหรับ นักท่องเที่ยว เพราะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากที่สุด (บริษัทเอกชนที่มีรถไฟประเภทนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดค่าบริการเพิ่ม) สําหรับบริษัท JR จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็น Express Fee จากราคาปกติ
5. Super Express (รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น) มีเฉพาะรถไฟ บริษัท JR Railways เหมาะกับคนที่เดินทางระยะไกลและต้องการประหยัดเวลาในการเดินทาง รถไฟประเภทนี้มักมีรางและสถานีเป็นของตัวเองแยกต่างหากจากรถไฟระบบปกติ สถานีส่วนใหญ่จะขึ้นต้นด้วย Shin (แปลว่าใหม่) ราคาตั๋วค่อนข้างแพง

วิธีการหาขบวนตู้รถไฟตามหน้าตั๋ว
เมื่อเข้ามาถึงชานชาลาให้ดูตารางเวลาที่ทางเข้า ซึ่งจะบอกว่ามีรถสายอะไรเข้าชานชาลาไหน เวลาไหน เมื่อดูแล้วให้เดินไปรอรถที่ชานชาลาได้เลย ที่เสาหรือพื้นจะมีข้อความระบุตําแหน่งของโบกี้รถไฟอยู่ ดูให้ตรงกับในตัวแล้วยืนต่อคิวรอขึ้นรถไฟได้เลย

วิธีการสังเกตป้ายข้อมูลในสถานีรถไฟ
เมื่อผ่านเครื่องกั้นตรวจตั๋วเข้ามาแล้ว ตามสถานีรถไฟต่างๆ จะมีตารางไฟแอลอีดีบอกชานชาลาและเวลาที่รถไฟเข้าชานชาลาอยู่ พอเห็นว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดอย่าเพิ่งเหงื่อตกกันล่ะ ให้รอสักครู่จะมีภาษาอังกฤษปรากฏสลับขึ้นมาแทนภาษาญี่ปุ่น

การใช้บริการรถข้ามภูมิภาค Willer Express


สําหรับการเดินทางด้วยรถบัสข้ามภูมิภาค บริษัทนี้เป็นบริษัทที่มีที่นั่งให้เลือกหลายแบบที่สุด ราคาประหยัดและสะดวกสบายที่สุด การจองและซื้อตั๋วที่นั่งของบริษัทนี้จําเป็นต้องจองแบบออนไลน์โดยหักเงินผ่านบัตรเครดิตหรือจ่ายเงินที่ร้าน Lawson หรือ Family Mart (ในประเทศ ญี่ปุ่น) เท่านั้น ไม่มีเคาน์เตอร์ขายตั๋วโดยสาร การจองตั๋วสามารถจองล่วงหน้าได้ 3 เดือนนับจากวันจอง โดยมีขั้นตอนการจองง่ายๆ ดังนี้

1 เข้าเว็บไซต์ http://willerexpress.com/en แล้วกดปุ่มสมัครสมาชิก (หากเป็นสมาชิกอยู่แล้วให้เข้า Login แล้วทําตามขั้นตอนข้อ 2 ต่อเลย

2 เมื่อ Login เสร็จแล้วให้กลับมาหน้า Home แล้วกรอกข้อมูลในกรอบทางซ้ายมือ

3 หลังจากกดปุ่ม Search รอบของรถบัสทั้งหมดจะแสดงขึ้นมาเพื่อให้เหลือแค่เที่ยวรถที่ต้องการ เราสามารถกรอกข้อมูลในช่อง Advance Search เพิ่มได้

4 จากนั้นจะเจอหน้าจอสําหรับตกเลือกสถานที่ที่จะขึ้นและลงรถพร้อมเลย ให้ระบุจํานวนผู้โดยสาร เสร็จแล้วคลิกปุ่ม Next ที่อยู่ด้านล่างสุดของหน้า หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จ ทางเว็บจะปรากฏ Reservation Code ขึ้น จดโค้ดจองพร้อมประวัติที่เรากรอกไว้ให้ดีนะ เพราะต้องใช้ยื่น ห้เจ้าหน้าที่ดูหลักฐานเช็กอินก่อนขึ้นรถในวันเดินทาง

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet