วิธีการเดินทางเข้าเมืองโตเกียว


การเดินทางจากกรุงเทพไปยังโตเกียว สามารถเลือกลงได้สองสนามบินหลักคือ ฮาเนดะ (Haneda) ที่อยู่ทางตอนใต้ของตัวเมือง และ นาริตะ (Narita) ที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกในเขตจังหวัดจิบะ ใช้เวลาเดินทางเข้าตัวเมืองโตเกียว ราว 1 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์หรือรถไฟก็ตาม


ส่วนการเดินทางในโตเกียวและรอบๆ มีทั้งรถไฟรถใต้ดิน รถลอยฟ้ารวมกันกวา 30 สาย บางสายรถไฟมาวิ่งรวมกับรถใต้ดิน พอเป็นขบวนรถด่วนไม่จอดทุกป้าย จอดเฉพาะสถานีหลักก็มี

การเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินนาริตะ


ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport) เป็นสนามบินที่สร้างขึ้นใหม่และเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 1978 สําหรับใช้กับเที่ยวบินต่างประเทศทดแทนสนามบินเก่าคือ ฮาเนดะที่แน่นขนัด ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองโตเกียวประมาณ 60 กม. ซึ่งการเดินทางจากสนามบินนาริตะเข้าเมืองนั้น ถ้าเดินทางด้วยรถไฟด่วนก็ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง โดยมีพาหนะให้เลือกใช้บริการหลายรูปแบบ ซึ่งมีราคา ระยะเวลาในการเดินทาง และปลายทางต่างกันไป ดังนี้

1. รถไฟ JR Narita Express (NEX)


ถ้าปลายทางเป็นสถานี Tokyo สถานี Shinagawa สถานี Shibuya สถานี Shinjuku สถานี Ikebukuro รถไฟสายนี้จะสะดวกสุดสําหรับการเดินทางโดยไม่ต้องต่อรถไฟสายในเมืองอีก ถึงแม้ค่าโดยสารค่อนข้างสูงกว่ารถไฟแบบอื่น แต่ก็มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่และที่นั่งเป็นแบบที่ต้องจองทุกที่ มีชั่วโมงละ 2 เที่ยว โดยเริ่มเที่ยวแรกเวลา 07:31 น. ออกจากสนามบินนาริตะ (Narita Airport) อาคาร 1 แล้ว โดยจอดตามจุดต่างๆและใช้เวลาเดินทาง ดังนี้

• ถึงสถานี Tokyo (EER) ประมาณ 59 นาที
• ถึงสถานี Shinagawa (EU|ER) ประมาณ 70 นาที
• ถึงสถานี Shibuya (%%%ER) ประมาณ 78 นาที
• ถึงสถานี Shinjuku (EER) ประมาณ 83 นาที
• ถึงสถานี Ikebukuro (st 5ER) ประมาณ 90 นาที

ค่าโดยสารของรถไฟ NEX จะขึ้นกับระยะทาง เช่นจากสนามบินนาริตะถึงสถานี Tokyo ราคา 3,020 เยน และหากซื้อแบบ Round Trip (ตั๋วไป-กลับ) ก็จะได้ราคาที่ถูกลง

2. รถไฟเอกชนสาย Keisei


มีหลายแบบตั้งแต่รถธรรมดา (จอดหลายสถานี) รถด่วน รถด่วนพิเศษ ฯลฯ รถไฟสายนี้มีปลายทางสองสถานีหลัก คือ Ueno (อุเอะโนะ) และ Nippori (นิปโปริ) ทั้งสองสถานีสามารถเปลี่ยนรถไฟในเมืองไปยังสถานีอื่นๆได้ เช่น สาย JR Yamanote ไปยังสถานี Shinjuku. Harajuku, Shibuya ฯลฯ โดยมีขบวนรถหลายประเภท คือ

รถด่วนพิเศษหรือ Sky Liner จะวิ่งตรงจากสนามบินนาริตะอาคาร 1 และ 2 ไปยังสถานี Nippori และสถานี Ueno ไม่มีจอดสถานีอื่นระหว่างทาง เที่ยวแรกเริ่มเวลา 08:17 น. – 00.46 น. ขึ้นรถที่ชานชาลา 4 และ 5 ค่าตัวโดยสาร 2,470 เยน เป็นตั๋วระบุที่นั่ง ที่นั่งแบบหันหน้าตามขบวนรถไฟ นั่งสบาย มีที่วางกระเป๋าเป็นรถที่วิ่งเร็วที่สุดรองจากชินคังเซน คือเร็วถึง 160 กม./ชม.

Narita Sky Express วิ่งเส้นทางเดียวกับ Sky Liner แต่จะมีจอดระหว่างทางเพิ่ม 3 สถานี เที่ยวแรกเริ่มเวลา 05:41 น. (วันหยุด 05:46 น.) ขึ้นรถที่ชานชาลา 1 (ข้อควรระวัง! ก่อนแปดโมงเช้าจะมีรถไฟวิ่งน้อย ชั่วโมงละ 1-2 ขบวนเท่านั้น) ค่าตั๋วโดยสารถึงสถานี Ueno 1,240 เยน ที่นั่งแบบรถไฟทั่วไป ที่นั่งสองฝั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่มีที่วางกระเป๋า ใช้เวลาถึงสถานี Nippori 36 นาที ถึงสถานี Ueno 41 นาที

รถธรรมดา (สายหลัก) หรือ Keisei Main Line จอดหลายสถานีจนเรียกว่าถี่มาก ถ้าไม่รีบก็เดินทางด้วยวิธีนี้ได้ ราคาถูกและเป็นที่นิยม เที่ยวแรกเริ่มเวลา 06:03 น. (วันหยุด
00:14 น.) ขึ้นรถที่ชานชาลา 2 และ 3 รถไฟจะมาทุกๆ 20 นาที ราคาตั๋วโดยสารไปสถานี Ueno 1,030 เยน ที่นั่งแบบรถไฟทั่วไป ที่นั่งสองฝั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่มีที่วางกระเป๋า
ในช่วงเช้าจะมีรถไฟพิเศษสําหรับส่งคนเข้าเมือง ส่วนตอนเย็นมีรถไฟพิเศษรับกลับด้วย เที่ยวเดียว Commuter Express เวลา 22:39 น.

ตั๋วรถไฟ Keisei แบบพิเศษ (Keisei Skyliner & Metro Pass)
เป็นตั๋วเหมารวมทั้งค่ารถไฟ Keisei จากสนามบิน (เที่ยวเดียวหรือไปกลับรถไฟใต้ดินในโตเกียว (ไม่จํากัดเที่ยว) ได้ด้วยตามจํานวนวันที่ระบุ สามารถซื้อได้ที่ ticket office สนามบินนาริตะ Terminal 1 และ Terminal 2 ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ

3. รถไฟ JR สาย Sobu (JR Rapid Train)


ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ราคาตั๋วโดยสาร 1,280 เยน ใช้เส้นทางเดียวกับ JR Narita Express (NEX) แต่จะจอดหลายสถานีจึงใช้เวลามากกว่า ปลายทางคือสถานี Tokyo เท่านั้น การเดินทางด้วยวิธีนี้จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากใช้เวลานานด้วยและราคาก็ไม่ถูกด้วย นอกจากว่าจะแวะลงสถานีกลางทางในจังหวัดชิบะ (Chiba)

4. Airport Limousine Bus


เป็นวิธีที่สะดวกสบาย เหมาะกับผู้ที่มีสัมภาระมาก มีบริการยกกระเป๋า ที่นั่งบนรถสามารถปรับเอนได้ เลือกลงได้หลายที่ตามโรงแรมใหญ่และสถานีใหญ่ๆทั่วไป ถ้าโรงแรมหรือที่พักรถบัสลีมูซีนไม่จอดก็เลือกลงที่ใกล้ที่พัก แล้วอาจเดินหรือต่อแท็กซี่ใกล้ๆได้ ค่าบริการจากสนามบินนาริตะอาคาร 1 และ 2 เริ่มตั้งแต่ 2,700-3,500 เยน ขึ้นอยู่กับปลายทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที หรืออาจจะมากกว่านั้นขึ้นกับสภาพจราจร

5. Taxi


วิธีเดินทางที่แนะนําให้เป็นตัวเลือกสุดท้าย เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงมาก ถ้าไม่รีบหรือเร่งด่วนจริงๆ เพราะด้วยระยะทางกว่า 60 กิโลเมตรจากนาริตะถึงโตเกียว และค่าบริการแท็กซี่มิเตอร์ก็เริ่มต้นที่ 730 เยน (แต่ตอนนี้มีการทดลองใช้ระบบเริ่มต้นที่กิโลเมตรละ ภ10 เยน ทุก ๆ 288 เมตรราคาขึ้น 90 เยน นอกจากนี้ช่วงเวลา 22.00-05:00 น. ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าด้วย ราคาค่าบริการ Taxi ถ้าตัดสินใจจะไปกันแล้วก็เตรียมไว้ประมาณ 14,000-25,000 เยน (ไม่รวมค่าทางด่วน) หรือราวๆ 5-8 พันบาทได้!

การเข้าเมืองจากสนามบินฮาเนดะ

สนามบินฮาเนดะ (Haneda International Airport) เดิมเป็นสนามบินหลักของโตเกียวที่ให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในและต่างประเทศ เมื่อมีการสร้างสนามบินนาริตะสำหรับรองรับเที่ยวบินต่างประเทศโดยเฉพาะ ฮาเนดะจึงถูกใช้รองรับเฉพาะสายการบินในประเทศเป็นหลักแทน จนกระทั่งมีการปรับปรุงโครงสร้าง Terminal หรืออาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นใหม่ สนามบินฮาเนดะจึงกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อปี 2011 ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายสายการบินที่มีเที่ยวบินและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนกลายเป็นสนามบินที่รองรับผู้โดยสารมากที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากสนามบินฮาเนดะนั้นแทบจะเรียกว่าอยู่ในโตเกียวเลย การเดินทางเข้าเมืองจึงใช้เวลาน้อยมากและค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารก็ถูกลงกว่าครึ่ง

การเดินทางเข้าเมืองจากสนามบินฮาเนดะ สามารถเดินทางได้หลายวิธี ทั้งด้วยรถไฟ 2 สาย รถบัสลีมูซีน และรถแท็กซี่ ดังนี้

1. รถไฟ


• สาย Tokyo Monorail
ขึ้นรถไฟจากต้นสายที่อาคารผู้โดยสาร สนามบินฮาเนดะ สุดทางที่สถานี Hamamatsucho (ฮะมะมัทสึโจ) ใช้เวลาประมาณ 14-25 นาที มีรถไฟออก ทุก 3-5 นาที ค่าโดยสาร 470 เยน (ใช้ตัว JR Pass ได้) รถไฟเที่ยวแรก 05:17 น. รถไฟเที่ยวสุดท้าย 00:10 น. (วันธรรมดาและวันหยุดเวลาเดียวกัน)

รถไฟสาย Keihin Kyuko ขึ้นรถไฟจากต้นสายที่อาคารผู้โดยสารสนามบินฮาเนดะ ถึงปลายทางที่สถานี Shinagawa ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มีรถไฟออกทุก 5 นาที หรือบางช่วงเวลาก็อาจนานขึ้นเป็นทุก 10-20 นาที ค่าโดยสาร 400 เยน รถไฟเที่ยวสุดท้ายวันธรรมดา 00:01 น. ส่วนเที่ยวสุดท้ายวันหยุด 00:02 น. (ผิดกันนาที่เดียว)

ทั้ง 2 สถานีปลายทางคือสถานี Hamamatsucho และสถานี Shinagawa จะมีรถไฟ JR สาย Yamanote Line สีเขียวอ่อนที่วิ่งเป็นวงกลมรอบเมืองและผ่านสถานี สถานที่สําคัญๆมากมาย สามารถต่อรถไฟสายนี้ไปยังที่พักหรือจุดหมายต่างๆ ในโตเกียวได้ (ใช้ JR Pass ได้ด้วย แต่จะคุ้มหรือไม่นั้นต้องแล้วแต่แผนการเดินทาง)

2. Airport Limousine Bus

ระยะทางจากสนามบินฮาเนดะไปในตัวเมืองนั้นใกล้กว่าจากสนามบินนาริตะมาก ทําให้ค่าโดยสารรถบัสถูกกว่าเกือบครึ่ง และยังมีปลายทางที่จอดมากกว่า 40 ที่ในบริเวณให้ลเคียงกันของแต่ละสาย ทําให้ไม่ต้องต่อรถไกลนัก บางที่อาจเดินต่อได้ถึงเลย จึงสะดวกต่อการเดินทางมาก อีกทั้งยังมีบริการขนสัมภาระขึ้น-ลงรถให้ด้วย เหมาะสําหรับผู้ที่มีสัมภาระเยอะ แนะนําเลย ยิ่งถ้าเดินทางคนเดียวก็สะดวกดี

3. Taxi

จากสนามบินฮาเนดะ การเดินทางด้วยแท็กซี่เข้าเมืองถึงจะมีราคาสูงกว่ารถบัส แต่ก็ยังไม่น่ากังวลเท่าจากสนามบินนาริตะเพราะเป็นการเดินทางในเมืองเหมือนกัน ราคาแท็กซี่มิเตอร์เริ่มต้นที่ 730 เยน (แต่ตอนนี้มีการทดลองใช้ระบบเริ่มต้นที่กิโลเมตรละ 410 เยน) จากนั้นจะเสียเท่าไหร่ก็ขึ้นกับว่าไปใกล้-ไกลแค่ไหน ซึ่งถ้าหารกัน 3-4 คนในกลุ่มก็อาจจะพอๆกับรถบัสเลย สามารถจองก่อนได้หรือจะขึ้นที่สนามบินเลยก็ได้

หรือถ้าต้องการเดินทางโดยแท็กซี่ไปยังเมืองใกล้เคียง เช่น โยะโกะฮะมะ จะใช้เวลา 30 นาที ราคาประมาณ 7,000 เยน หรือประมาณสองพันกว่าบาทไทย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet