แนะนำที่เที่ยวแลนด์มาร์กของกรุงปารีส

paris

 ตึก Centre Georges Pompidou

– เปิดเวลา 11.00-21.00 น. ปิดวันอังคาร
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Les Halles ออกที่ทางออก Chatelet-Les Hales แล้วเดินขึ้นไปตามถนน Boulevard de Sebastopol จนเจอถนน Rue Berger ให้เลี้ยวขวา เดินไปอีกหนึ่งบล็อกจะเจอตึกรูปร่างแปลกๆ นั่นแหละคือ Centre Georges Pompidou

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 19 ถนน Rue Beaubourg ที่จริงบริเวณนี้ก็ อยู่ใกล้ย่าน Les Halles แต่ถ้าไม่อยากหลงควรดป้ายถนนดีกว่าเดินไหล ไปตามกระแสผู้คน ไกด์ของเราเล่าว่าตึก Centre Georges Pompido นั้นเป็นสถาปัตยกรรมที่มีแนวคิดค่อนข้างแตกต่างในสายตาของนัก สถาปัตยกรรมคือ “ปลิ้น” เอาโครงสร้างด้านในอาคารออกมาลอยตัวอยู่ภายนอก

paris

ทีแรกที่เขาใช้คําว่า “ตึกนั้นปลิ้นเอาด้านในออกมา” เราก็จินตนาการ ไม่ค่อยออกว่าจะเป็นแบบไหน ตอนที่เห็นตึกของ Les Hales ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือไม่เพราะโครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียมเต็มตึกไปหมด อาการ “ปลิ้น” ของตึกจะเป็นอย่างไร แต่พอเห็นตึก Centre Georges Pompidou ตัวจริงเสียงจริงแล้ว ก็แน่ใจว่าคือตึกนี้แน่นอน เพราะบันไดขึ้นของตึกห้าชั้นทอดยาวตะแคงขวางอยู่ภายนอกตึก เหล็กสีขาวไขว้กันไปมาเหมือนโครงสร้างตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ และอุโมงค์ใส ที่ครอบทางเดินขึ้นบันไดและทางเดินตามระเบียงทําให้เราคิดถึงท่อหรือ สายระโยงระยางที่ควรอยู่ภายในมากกว่าภายนอก รวมไปถึงท่อระบายอากาศที่พุ่งออกมา ตึกนี้สร้างขึ้นเพื่อสื่อศิลปะแบบ surrealism ซึ่งเป็นศิลปะยุคหลัง impressionism พูดถึงศิลปะแบบ surrealism นี้เขา จะเน้นการสือศิลปะโดยไม่ได้เลียนแบบธรรมชาติหรือสิ่งของตามที่มันเป็นอยู่แบบศิลปะในยุค impressionism ซึ่งนับว่าเป็นแนวคิดที่ต่างขั้วกันจริงๆ

ตึกนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1972-1977 โดยประธานาธิบดีจอร์จ ปอมปิดู ที่ต้องการสร้างศูนย์กลางของวัฒนธรรมขึ้น ณ ที่แห่งนี้ซึ่งเมื่อ คนเรียกว่า “Plateau Beaubourg” ในการก่อสร้างมีการเรียกแบบประมูลจากสถาปนิกทั่วโลก และผู้ชนะการประมูลคือ Renzo Piano ละ Richard Rogers ซึ่งทั้งสองตั้งใจจะสร้างตึกนี้ให้เป็นตัวแทนของศิลปะสมัยใหม่

สิ่งน่าสนใจ

– พิพิธภัณฑ์ Musee National d’Art Moderne
– วันอังคาร-ศุกร์ เปิดเวลา 10.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-18.45 น. ปิดวันจันทร์และวันหยุดราชการ

บนชั้นสี่ของตึกมีพิพิธภัณฑ์ Musée National d’Art Moderne ซึ่งรวบรวมผลงานของกลุ่มศิลปินชื่อดังผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่อย่างงาน ของ Matisse, Picasso, Kandinsky และ Leger ส่วนชั้นสามเป็นการแสดงผลงานของศิลปินยุคปัจจุบัน แต่หากต้องการแค่ชมวิวและชมลานด้านหน้าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของตึก Centre Georges Pompidou ควรขึ้นไปชั้นห้าซึ่งปกติจะใช้จัดแสดงนิทรรศการต่างๆในปารีสนั้น เป็นที่รู้กันว่าถ้าที่ใดมีศิลปะ ที่นั่นย่อมมีศิลปินเสมอ หน้าตึก Centre Georges Pompidou ก็เหมือนกัน มักมีการแสดงของศิลปินอิสระ ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี ละครใบ้ หรือมายากล นักวาดภาพมาปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ลานนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเสมอ

  •  ประติมากรรมบนน้ำ

บริเวณบ่อน้ำพุข้างตึก Centre Georges Pompidou มีการสร้างประติมากรรมบนน้ำเพื่ออุทิศให้แก่ศิลปิน lgor Stravinsky นักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่ในคริสต์ศตวรรษ ที่ 20 ผลงานที่สร้างชื่อเสียงคือเพลงที่เขาแต่งให้กับการแสดงบัลเลต Firebird, Petrushka, The Rite of Spring ในกรงปารีส และสระนําทีม สีสันสดใสแห่งนี้มีชื่อว่า Place Igor Stravinsky สร้างโดยศิลปิน Nik de Saint-Phale และ Jean Tinguely

โบสถ์ Saint-Custache

– เปิดเวลา 09.00-17.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Les Halles ใช้ประตูทางออก Saint-Eustache

โบสถ์แห่งนี้จริงๆแล้วอยู่ทางด้านหลังของ Les Halles สร้างขึ้นใน ปี ค.ศ. 1532 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 1637 ในยุคนั้นบริเวณรอบๆ โบสถ์เป็นตลาดสดขนาดใหญ่ ตอนสร้างจึงตั้งใจจะให้มีโครงสร้างสูงแบบโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame แต่เมื่อเวลาผ่านไปรูปแบบกอทิกของโบสถ์ ถูกเสริมด้วยศิลปะยุคเรอเนซองซ์ และในปี ค.ศ. 1754-1788 มีการใส่ รูปปั้นแบบนีโอคลาสสิกลงไปอีก

สิ่งที่่น่าสนใจ

ด้านหน้าโบสถ์จะมีรูปปั้นเฉพาะส่วนศีรษะขนาดใหญ่ (ใหญ่มากๆ) งานของ Henri de Miller ตั้งอยู่ ซึ่งศีรษะยักษ์นี้มีชื่อว่า Ecoute ด้วยรูปลักษณ์อันแปลกตาที่เราเห็นจากสมุดภาพนี่แหละ ทําให้เราดั้นด้นมาตรงนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยเพราะบริเวณนี้เปรียบเหมือนสวนสาธารณะเล็กๆ พอเดินออกไปทางถนนข้างหน้าจะเห็นร้านอาหารที่มีสีสันมากมาย แต่กลับแปลกที่มีรูป “หมู” เต็มไปหมด ที่แรกเราไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าคนฝรั่งเศสนิยมกินหมูหรืออย่างไร พอถามไถ่ผู้คนแถวนั้นก็บอกว่า เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 มักจะมีผู้คนนิยมมาที่บริเวณนี้ (โดยเฉพาะเวลา หลังบาร์และคลับเลิก) เพื่อมากินขาหมูส่วนที่เรียกว่า “คากิ” และซุป หัวหอมกันมาก จนถึงปัจจุบันร้านอาหารแบบนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่

ถึงแม้ตลาดสดจะย้ายไปแล้วแต่ของใช้ที่เกี่ยวเนื่องกับข้าวปลา อาหารก็ยังมีขายอยู่ อย่างบริเวณหัวมุมก็มีร้านขายอุปกรณ์ในครัวขนาดใหญ่ซึ่งทําด้วยโลหะและทองแดง สนนราคาก็อยู่ในขั้นใช้ได้ เขาถึง ว่ากันว่าสถานที่นั้นมันยังมีวิญญาณที่ทําให้เรารู้สึกได้ว่าเคยผ่านอะไรมาแล้วบ้าง

Gare du Nord

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Gare du Nord หรือนั่งเมโทรสาย 5 ลงที่สถานี Gare du Nord ก็ได้

หากนั่งเมโทรสาย 4 เลยสถานี Les Halles ขึ้นไปทางเหนือ จะผ่านสถานี Gare du Nord สถานีใหญ่อันเก่าแก่ที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถรองรับจํานวนรถไฟที่มากมายทุกๆวัน เนื่องจากเป็นสถานที่เชื่อมต่อกับรถไฟแบบ RER ออกไปนอกเมือง และเชื่อมต่อไปยังประเทศยุโรปอื่นๆ

สิ่งน่าสนใจ

ลานด้านหน้าสถานีเป็นที่โล่งกว้างมีเก้าอี้นั่งรอพอสมควรและ ตกแต่งด้วยงานปั้นรูปนาฬิกาที่ซ้อนทับกันจนสูงสู่ฟ้า ว่ากันว่าผู้ปั้นงาน มีแนวคิดว่าผู้คนที่เดินเข้ามายังสถานีนี้ต่างมีเวลา มีความเร่งรีบต่างกัน ดังนั้นนาฬิกาของแต่ละคนจึงเดินต่างกัน (สังเกตได้ว่านาฬิกา แต่ละเรือนในงานปั้นนั้นเวลาไม่ตรงกัน)

ภายในสถานีแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นที่ 1 จะมีร้านขายของนานาชนิดตั้งแต่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงอาหารแบบง่ายๆ จากนั้นจะมีบันไดขึ้นไปสู่ลานชานชาลาชั้นที่ 2 และมีช่องจําหน่ายตั๋วเรียงรายอยู่ด้านข้าง ก่อนเข้าสู่ชานชาลาจะมีป้ายขนาดใหญ่บอกเส้นทางตรงนี้ ต้องสังเกตให้ดีเพราะภาษาฝรั่งเศสจะละลานตาไปหมดให้ดูตัวของเรา ดูช่องชานชาลาให้ดีแล้วค่อยเข้าไป ถ้าไม่รู้จริงถามเจ้าหน้าที่เป็นดีที่สุด

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet