พาไปเดินเล่นที่ ถนน Boulevard Saint-Michel และย่าน Quartier Latin

 

quartier-latin

-ถนน Boulevard Saint-Michel และย่าน Quartier Latin-

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Saint-Michel แล้วเดินไปทางแม่น้ำ หรือจะเดินลงมาจากโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame ทางสะพาน Pont Michel หรือ Pon du Double

เราขอเริ่มที่ Cité เกาะกลางแม่น้ำ Seine อีกทีหากเดินออกจากเกาะกลางแม่น้ำ Seine ที่สะพาน Saint-Michel คุณจะเจอน้ำพุ SaintMichel อีกฝั่งหนึ่งของสะพาน แต่ถ้าเหนื่อยขอแนะนําให้ใช้เมโทรดี กว่า โดยนั่งสาย 4 มาออกที่สถานี Saint-Michel เมื่อขึ้นจากเมโทรก็ จะเห็นถนน Boulevard Saint-Michel อยู่ตรงหน้า ให้เลือกเดินเลียบฝั่งแม่น้ำ Seine จะมีร้านขายหนังสือใหญ่ๆ และร้านค้ามากมายเพราะ มหาวิทยาลัย Sorbonne ก็อยู่บริเวณนี้ เดินมาเรื่อยๆ จะเห็นน้ำพุ SaintMichel ที่หันหน้ารับกับแม่น้ำ Seine

 สิ่งน่าสนใจ

  • น้ำพุ Saint-Michel

เป็นรูปปั้นผู้ชายมีปีกทําด้วยทองแดง ยืนตระหง่านและมีสัตว์ในเทพนิยายนั่งเฝ้าอยู่ด้านล่าง น้ำพุนี้สร้างขึ้น ในปี ค.ศ. 1860 โดยสถาปนิก Gabriel Davioud ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ สร้างน้ำพุในสวนของพระราชวัง Palais du Luxembourg โดยได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำพุ Trevi ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เราเองก็ไม่เคยเห็นภาพน้ำพุ Trevi ในโรม แต่ที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นเป็นภาพของ SaintMichel กําลังฆ่ามังกร

quartier-latin

  •  ย่าน Quartier Latin

จากน้ำพุ Saint-Michel ให้คุณเดินข้ามถนนตัดมาทางถนน Rue Saint-Jacques จะเดินเลียบฝั่ง แม่น้ํา Seine มาก็ได้ เพราะถนนนี้ขนานกับถนน Boulevard SaintMichel จากริมฝั่งแม่น้ำเดินเข้าถนน Rue Saint-Jacques ก็จะเจอร้านหนังสือเล็กๆชื่อ Shakespear & Co. ขายหนังสือภาษา อังกฤษ อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่าแถวนี้เป็นถิ่นของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ จึงเป็นธรรมดาที่จะมีร้านขายหนังสือมากมาย และถ้าคุณอยากหาหนังสือภาษาอังกฤษดีๆ ก็ไม่ควรที่จะพลาดร้านนี้ การที่บริเวณนี้เคยเป็นที่พักของนักศึกษา ประกอบกับมหาวิทยาลัยในปารีสเริ่มเปิดมาตั้งแต่ยุคกลางซึ่งตรงกับสมัยสุโขทัยของบ้านเรา ซึ่งในยุคนั้นนักศึกษาที่มาเรียนจะต้องพูดภาษาละติน (ภาษาเก่าแก่ที่เป็นรากฐานของภาษาอังกฤษ และภาษาในประเทศยุโรป) จึงเป็นเหตุให้เรียกบริเวณนี้ว่า Quartier Latin

quartier-latin

เมื่อดูหนังสือจนพอใจแล้วให้เดินต่อไปบนถนน Rue Soint-Jacques จะเจอโบสถ์เก่าแก่สองแห่งโบสถ์หลังแรกอยู่บนถนนสายนี้เลยยชื่อว่า โบสถ์ Saint Severin เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่สไตล์กอทิก สร้างตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ปัจจุบันถือเป็นโบสถ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย และเมื่อเดินข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่ง เข้าไปตามถนน Saint-Julien-le-Pauvre จะเจอโบสถ์ Saint-Julien-le-Pauvre ที่สร้างขึ้นช่วงเดียวกับโบสถ์ Cathedrale Notre-Dame แม้จะเล็กแต่ก็เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่เก่าแก่ของปารีส เพราะก่อสร้างมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1165-1220 แต่ตามประวัติบอกว่าจริงๆ แล้วสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษ ที่ 6 แต่มีการสร้างใหม่ตามปี ค.ศ. ที่บอกไว้ และใช้เป็นโถงประชุม ของนักศึกษา แต่ถูกทําลายเมื่อปี ค.ศ. 1524 เพราะเกิดการจลาจล ภายในของนักศึกษา ต่อมาได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1651 ปัจจุบัน เป็นโบสถ์ของนิกายกรีกออโทดอกซ์

ในบริเวณ Quartier Latin นั้นมีอาหารที่อร่อยและราคาไม่แพงให้ เลือกหลากหลาย เพราะแถบนี้เป็นถิ่นมหาวิทยาลัย จึงมีสินค้าและอาหารราคาย่อมเยาสําหรับนักศึกษา

  • พิพิธภัณฑ์ Musee des Thermes lu Hôtel de Cluny

– เปิดเวลา 09.15-18.45 น. ปิดวันอังคารและวันหยุดราชการ
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Saint-Michel หรือนั่งเมโทรสาย 10 ลงที่สถานี Cluny-La Sorbonne

หากเลือกนั่งสาย 4 ก็จะเดินไกลนิดนึง แต่ถ้านั่งสาย 10 ก็จะมาลงที่สถานีบนถนน Boulevard Saint-Michel ตัดกับถนน Boulevard SaintGermain ให้เดินบนถนน Boulevard Saint-Michel โดยเดินลงมาทางใต้ (อย่าเดินไปทางแม่น้ําเพราะจะเป็นส่วนของน้ำพุ Saint-Michel) เพียงบล็อกเดียวก็จะเห็นถนน Paul-Painleve เลี้ยวซ้ายเข้าไปก็จะพบ Hotel de Cany ตั้งอยู่ตรงเลขที่ 6 ของถนนสายนี้ Hotel de Cluny เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคกลางบ้าน หลังใหญ่หรือที่เรียกว่าแมนชั่นหลังนี้เคยเป็นของ Jacques d’Amboise ซึ่งดํารงตําแหน่งเจ้าอาวาสในช่วงปี ค.ศ. 1485-1498 โดยสร้างไว้เป็นที่พักสําหรับพระที่เดินทางจาก Cluny มาเยี่ยมเมืองหลวงต่อมาตกเป็นของ Alexandre du Sommerand และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในที่สุด

สิ่งน่าสนใจ

ทั้ง 24 ห้องภายในพิพิธภัณฑ์แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของ ผู้คนในยุคกลางที่อํานาจทั้งหมดอยู่ในมือของศาสนา โดยชั้นล่างจัด เป็นห้องที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์แบบกอทิก ส่วนในห้องอื่นๆ ก็มีการแสดง ของสะสมในยุคกลางไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลัก งาช้าง รูปวาด พรม และ อื่นๆ รวมทั้งอ่างอาบน้ําแบบโรมันซึ่งอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษ 200 และ รูปปั้นแบบโรมัน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet