ปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในกรุงปารีส

  • โบสถ์ Saint-Germain des Prés

– เปิดเวลา 09.00-17.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Saint-Germain des Prés

จริงๆแล้ว Saint-Germain des Prés เป็นชื่อโบสถ์ เมื่อโผล่ขึ้นมาจากสถานีแล้วเดินไปตามถนน Saint-Germain des Prés อีกนิดเดียวก็จะพบโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในปารีส สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 542 เพื่อเก็บของสะสมและเศษไม้กางเขนที่ตรึงพระเยซู หน้าตาโบสถ์จึงดูเหมือนได้รับอิทธิพลจากยุคโรมันค่อนข้างมาก แม้ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 จะถูกบุกทําลาย โดยพวกนอร์มันแต่ได้รับการบูรณะโดยให้คงแบบของโรมันไว้ โดยมีหอระฆังตั้งเด่นสง่าอยู่ มีการบูรณะครั้งใหญ่ช่วงยุคกลางที่ศาสนาเป็นใหญ่ในคริสต์ศตวรรษ 12 อย่างไรก็ตามโบสถ์นี้ถูกทําลายอีกครั้งเมื่อคราวปฏิวัติฝรั่งเศส และบูรณะใหม่อีกรอบกลางคริสต์ศตวรรษ 19 ทําให้ไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่าอะไรเป็นของเดิมที่ยังคงอยู่ ทุกวันนี้ตัว โบสถ์ตั้งเด่นสง่ากลางถนน Boulevard Saint-Germain

สิ่งน่าสนใจ

บริเวณถนน Boulevard Saint-Germain นั้นเป็นเขตของความหรูหรา ขณะเดียวกันก็เป็นถิ่นที่มีความหลากหลายของผู้นําเทรนด์ทางศิลปะ ปรัชญา และการเมือง สถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งคนนิยมไป ได้แก่ คาเฟ Deux Magots, Café de Flore และร้าน Brasserie Lipp นอกจากนี้ก็มีร้านค้าน่ารักหลายร้าน แม้หลายร้านจะเป็นของแบรนด์เนม แต่ก็ไม่เหมือนบนถนน Rue Royale อย่างร้าน Christian Dior ก็เป็น ร้าน Christian Dior ของเด็ก 

ในช่วงเช้าผู้คนบนถนนสายนี้จะรีแล็กซ์กว่าถนนสายอื่น เพราะไม่ค่อยเห็นคนแต่งตัวสีดําๆเทาๆ ตั้งหน้าตั้งตาเดินเพื่อไปทํางานหรือทําภารกิจ แต่กลับเห็นคนใส่ชุดวอร์มจูงสุนัขออกมาเดินเล่นเป็นส่วนใหญ่ และบริเวณนี้ยังมีร้านหนังสือที่น่าเดินอยู่หลายร้าน

  • Bon Marché

จากโบสถ์ Saint-Sulpice สามารถเดินออกไปทางถนน Rue de Sevres ถึงช่วงที่ตัดกับถนน Vaneau (ตรงกับสถานี Vaneau ของเมโทรสาย 10) ให้เลี้ยวขวาเข้าไปตรงหัวมุมที่เป็นสวนสาธารณะเล็กๆ บริเวณนี้วันเสาร์อาทิตย์คุณจะเห็นครอบครัวหลายครอบครัว พาลูกเล็กๆมาเล่นกัน หรือยามสายๆของวันธรรมดา ก็จะมีคนสูงอายุที่ไม่แก่มากนักมานั่งพักผ่อน

พอเดินไปสักพักคุณจะเจอตลาด Bon Marché ของจริง ซึ่งหน้าตาไม่ได้คล้ายกับตลาดเลย (Bon Marché บ้านเราแถวประชาชื่น ซึ่งดูเป็นตลาดมากกว่า) แต่ดูเหมือนห้างมากกว่าที่นี่เขาแบ่งออกเป็น สองอาคารด้านนอกตกแต่งเรียบง่ายแต่มีสไตล์ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าช่างเป็นผู้ดีจริงๆ ถามไกด์ก็ได้ ความว่าแถวนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกินของ

ปารีส สังเกตได้จากอพาร์ตเมนต์ที่มีขนาดกว้างขวาง สะอาดตาแถมเงียบสงบอีกต่างหาก ดังนั้น Bon Marché จึงเปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าที่ตอบสนองกลุ่มคนรายได้สูงย่านนี้ แล้วก็ไม่ต้องถามถึงเรื่องราคา เพราะตอบได้ทันทีว่าแพงกว่าที่อื่นๆ

เราเดินเข้าไปก็หวังจะไปซื้อของในส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งพบว่าหรูหราน่าเดินเป็นที่สุด เดินไปมาก็เห็นรายการสินค้าที่วางขายค่อนข้างแตกต่างจากร้านอื่นๆ หรอถ้าเหมือนก็จะมีชนิดหรือรสที่พิเศษกว่า เรียกว่า “พรีเมี่ยมเกรด” หากจะชื่อราคาคงสูงกว่าที่อื่นประมาณ 0.30-0.50 ยูโร สุดท้ายเราก็เลยได้แต่เดิน จริงๆแล้วบริการพิเศษสําหรับที่นี่ก็คือ หากลูกค้าโทรฯสั่งสินค้าตาม รายการจะจัดส่งฟรีถึงบ้านภายใน 1 วัน

จากนั้นเราก็ข้ามไปฝั่งห้างสรรพสินค้า ดูๆแล้วช่างเงียบเหลือเกิน อาจเพราะเป็นวันธรรมดาราว 11 โมง ของที่ขายส่วนใหญ่เป็นของแบรนด์เนม หรือไม่ก็เป็นของที่ออกแบบเฉพาะ หรือแฮนด์เมดมากกว่า เดินได้สักพักเราเริ่มรู้สึกเขินๆ ก็แหม..คนที่มาเดินนั้นแต่งตัวกันเนี้ยบแบบผู้ดีจริงๆ ไอ้อารมณ์ชุดนักท่อง เที่ยวแบบเราเลยต้องถอยฉากออกมาในที่สุด

  • โบสถ์ Saint-Sulpice

– เปิดเวลา 09.00-17.00 น.
– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 ลงที่สถานี Saint-Sulpice หรือนั่งสาย 10 ลงที่สถานี Mabilon ขึ้นจากสถานีให้เดินไปทางโบสถ์ Saint-Germain des Pres จะเห็นถนน Rue Mabilion ให้เลี้ยวซ้ายเดินลงมาตามถนนสายนี้ จนเจอโบสถ์ Saint-Sulpice

ถ้าคุณนั่งสาย 4 พอขึ้นจากเมโทรให้เลี้ยวขวาไปทางถนน Rue Bonaparte จะเห็นโบสถ์ใหญ่มากที่มีหอคอยยืนขึ้นบนฟ้าสองยอด นั่นก็คือโบสถ์ Saint Sulpice

สิ่งน่าสนใจ

เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากโบสถ์ Cathedrale NotreDame และยังมีน้ำพุตั้งเด่นอยู่ทางด้านหน้าของโบสถ์ ชื่อว่า Four Cardinal Directions โดยมีรูปปั้นพระคาดินัล คือ Bossuet, Fenelon, Massillon และ Fechier นั่งประจําอยู่ในแต่ละทิศ น้ำพุนี้สร้างขึ้นเมื่อ

ปี ค.ศ. 1844 แต่ตัวโบสถ์เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1646 และมีการบูรณะ เสริมต่อมาตลอดโดยใช้สถาปนิกหลายต่อหลายรุ่นถึงหกคน

ย่าน Montparnasse

– การเดินทาง นั่งเมโทรสาย 4 มาลงสถานี Montparnasse-Bienvenue หรือนั่งเมโทร สาย 6 สาย 12 สาย 13 ลงที่สถานี Montparnasse ได้เช่นกัน ใช้ทางออก Boulevard du Montparnasse

หากคุณจะเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ สามารถมาต่อรถไฟที่สถานีรถไฟ Care Montparnasse ได้ ภายในสถานีกว้างขวางโอ่โถง มีป้ายบอกทางเต็มไปหมดทั้งไปเมโทรสายต่างๆ ทางขึ้นรถไฟ TGV (ไปประเทศอื่น) หรือไปขึ้น RER ยามเช้าราว 8-9 โมงเราจะเห็นความเร่ง รับได้ชัดที่สุด เพราะคนที่อาศัยอยู่นอกเมืองจะต้องมาต่อรถอื่นๆ เพื่อให้ทันเวลาเข้าทํางาน พอโผล่ขึ้นมาบนถนนเรารู้สึกแปลกตา เพราะวิวที่เห็นดูไม่เหมือนกลางใจเมืองที่ตึกและถนนมักจะแคบ แต่บริเวณนี้ออกจะกว้างหน่อย แถมรูปทรงตึกก็ค่อนข้างใหม่ย่าน Montparnasse นับว่าเป็นเขต เมืองใหม่และย่านการค้า อีกทั้งมีโรงหนังผู้คนจึงพลุกพล่าน คล้ายกับตอนที่เราเดินออกมาจากสถานีรถไฟหัวลําโพงตอนเช้าๆที่มีคนเดินกันขวักไขว่

Montpar-nasse แหล่งชุมนุมศิลปิน

เนื่องจากสมัยก่อนพื้นที่ในเขต Montmartre มีค่าเช่าสูงขึ้น ศิลปินและพวกนักวิชาการที่ยากจนเลยย้ายถิ่นฐานมาอยู่แถบ Montparnasse แทน ไม่ว่าจะเป็น Lenin, Hemingway หรือแม้กระทั่ง Picasso ศิลปินก็ล้วนเคยทํางานและดื่มเที่ยวอยู่แถวนี้ ซึ่งมีคาเฟและคาบาเร่ต์มากมาย จนปัจจุบันคาเฟ หลายแห่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนกลาย เป็นตํานานก็มีอย่างร้าน La Coupole ที่เคยมีศิลปินมานั่งมากมาย ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงถนน Boulevard du Montparnasse เป็นร้านใหญ่ พอควรด้านหน้าเป็นกระจกใสบานยาว มองไปด้านในเห็นโต๊ะเล็กเรียงรายเต็มไปหมด ภายในตกแต่ง คลาสสิกด้วยกระจกเงา ทําให้พอจะนึกภาพออกว่าจะต้องมีผู้คนแวะเวียน านนี้เพื่อพบปะพูดคุยกันมากกว่าเข้ามากินอาหารเป็นมื้อเป็นคราว

สิ่งน่าสนใจ

• ตึก Tour Montparnasse

– ในฤดูร้อนเปิดเวลา 09.30-23.30 น.
– ในฤดูหนาวเปิดเวลา 09.30-22.30 น.

ตึกแห่งนี้มีความสูงถึง 200 เมตร เป็นตึกที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส และ เมื่อมองจากชั้นที่ 59 ของตึก จะมองออกไปได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร ถ้าคุณอยากชมวิวของปารีส สามารถซื้อตั๋วขึ้นไปชมวิวได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่ตึกนี้นอกจากจะเป็นอาคารสํานักงานแล้วยังมีโรงแรม และห้างสรรพสินค้าด้วย ซึ่งก็คือห้าง Galeries Lafayatte ที่เล็กกว่า ตรงโรงละคร Opera National de Paris-Garnier นิดหน่อย ในช่วงเช้าด้านหลังอาคารจะมีตลาดเช้าที่ขายพวกอาหารสดอยู่บนแผง ลอย รวมทั้งมีข้าวของเครื่องใช้บางอย่างวางขายด้วย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet