เมืองแคนเดอร์สเทก (Kandersted) เที่ยวเก็บตกเมืองเล็กใกล้ Interlaken

kandersted

– เมืองแคนเดอร์สเทก (Kandersted)-

เมืองแคนเดอร์สเทก (Kandersteg) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอินเทอร์ลาเค่น ให้ข้อมูลเมืองนี้ไว้เพื่อใช้เป็นโปรแกรมสํารองหากมีเวลาเหลือ หรือ ต้องการท่องเที่ยวสไตล์ Unseen Switzerland เพราะใช้เวลาเดินทางมาเพียง 1 ชั่วโมง แต่ควรวางแผนรถไฟขากลับไว้ด้วย เพราะวิ่งแค่ชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น 

จาก Interlaken ขึ้นรถไฟไปลงที่ Spiez จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกขบวนที่มุ่งหน้าไปทาง Brig แต่เราลงที่ Kandersteg (ใช้เวลารวม 1 ชั่วโมง 10 นาที) หรือจะวางแผนเที่ยวต่อจากการไปเมืองแซร์มัทท์ก็ได้ ท่านที่ไปเที่ยวแซร์มทท์แบบไปเช้าเย็นกลับจากอินเทอร์ลาเค่น สามารถแวะเที่ยวแคนเดอร์สเทกก่อนกลับ ใช้เวลาจากแชร์มัทท์ มาราว 2 ชั่วโมง และต้องเปลี่ยนรถไฟถึง 2 ครั้ง ซึ่งค่อนข้างลําบากสักหน่อย

ขอเริ่มต้นจากหน้าสถานีรถไฟ Kandersteg ให้เดินไปทางซ้าย แล้วเลี้ยวขวา เข้าถนนเป็นซอยเล็กๆ มีสะพานข้ามคลองขนาดไม่ใหญ่มาก จากนั้นเดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงถนนที่เป็นสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้งอีก 50 เมตร เลี้ยวขวาเดิน ไปตามป้าย Oeschinensee หากไม่แน่ใจเส้นทางให้ขอแผนที่จากเจ้าหน้าที่ในสถานีรถไฟ หรือใส่พิกัด GPS 46.497511, 7.6826 สมาร์ทโฟนเพื่อให้นําทางไปสถานีกระเช้าก็ได้

ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที ก็ถึงสถานีกระเช้าสําหรับขึ้นไปทะเลสาบ Oeschinensee ซึ่งจะเปิดให้ขึ้นเฉพาะช่วงกลางเดือน พ.ค.-ปลายเดือน ต.ค.เท่านั้น (ตรวจสอบวันที่ในแต่ละปีได้จาก www.Oeschinensee.ch) ค่าบริการกระเช้าไปกลับ ใช้ Swiss Pass ลดเหลือเพียง 13 ฟรังก์

ทะเลสาบโอชิเนน (Oeschinensee) ตั้งอยู่กลางหุบเขาโอชิเนน (Oeschinen) ไม่ได้อยู่ในที่ราบระดับพื้นดิน แต่ต้องขึ้นกระเช้าไปชมบนภูเขา ใต้ทะเลสาบมีท่อสําหรับ ลําเลียงน้ำไปผลิตเป็นไฟฟ้า และใช้เป็นน้ำประปาเพื่อบริโภคในเมืองแคนเดอร์สเทก ส่วนฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่เปิดให้คนขึ้นไปชม และเมื่อปี ค.ศ.2007 ที่ผ่านมาทะเลสาบโอชิเนนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเขตยุงเฟราด้วย

kandersted

เมื่อขึ้นกระเช้ามาถึงด้านบน สิ่งแรกที่พบคือ เครื่องเล่นกระดานเลื่อน หรือที่ เรียกกันว่า Rodelbahn ตั้งในพื้นที่ติดกับสถานีกระเช้า โดยเราสามารถควบคุมความเร็ว ของกระดานเลื่อนเองได้ ซึ่งจะวิ่งไปตามเส้นทางที่กําหนดไว้ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และทิวทัศน์อันสวยงามของหุบเขาต่างๆ หากซื้อตัวเล่นรอบเดียวจะเสียค่าบริการ 4 ฟรังก์ แต่ถ้าซื้อเหมาพร้อมกัน 5 เที่ยว จ่ายเพียง 18 ฟรังก์ ในหนึ่งรอบใช้เวลาเล่นประมาณ 2-3 นาที (เอาเข้าจริงเล่นไป 3 รอบก็เบื่อแล้ว) ถือว่าเป็นประสบการณ์ ที่น่าแวะมาลอง เพราะนอกจากได้ความสนุก ยังได้ชมวิวสวยงามอีกมุมด้วย เวลา : ตรวจสอบจาก oeschinensee,ch
ค่าเครื่องเล่น : เที่ยวละ 4 ฟรังก์
Gps : สถานีกระเช้าด้านล่าง 46.497511, 7.6826665

จากบริเวณหน้าสถานีกระเช้าข้าง Rodelbahn เดินต่อไปทะเลสาบตามป้าย Deschinensee ใช้เวลาแค่อึดใจเดียวประมาณ 20 นาที หรือสามารถขึ้นรถรับส่งจากหน้าสถานีกระเช้าไปก็ได้ ใครที่ชื่นชอบความเงียบสงบก็น่าจะชอบ ทะเลสาบโอชิเนน และน้ำสีครามสวยงาม เป็นสถานที่ที่คนยังไม่ค่อยเดินทางมามากนัก หากต้องการพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า ที่นี่เหมาะอย่างยิ่ง ในวันหยุดอาจจะเห็นชาวสวิสถืออาหารมาปิกนิก ใครไม่ได้เตรียมมาก็แวะซื้อได้จากร้านอาหารริมทะเลสาบ และมีเรือพายให้เช่าชิลล์ๆไปกลางทะเลสาบ ชั่วโมงละ 24 ฟรังก์ ถ้าเช่าครึ่งชั่วโมงคิด 14 ฟรังก์

ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติกันอย่างเต็มที่ ก็ได้เวลาเดินทางกลับ โดยใช้เส้นทางเดิม คือ ลงกระเช้า แล้วเดินเท้าต่อไปสถานีรถไฟ Kanda มุ่งหน้าไปตามจุดหมายของแต่ละท่าน

  • แชร์มัทท์ (Zermatt)

แซร์มัทท์ (Zermatt) หมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้ของสวิส ตั้งอยู่บนหุบเขา Mattertal ที่ระดับความสูง 1,620 เมตร โดยมีภูเขามัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) เป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวประจําแซร์มัทท์ ประชากรกว่าครึ่งเมืองประกอบอาชีพท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เพราะในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยว แวะมาเยี่ยมเยือนเป็นจํานวนมาก ถ้าพูดถึงเรื่องราคาที่พักในช่วง High Season ที่แซร์มัทท์ สูงลิ่วกว่าที่อื่น ถ้าจะหาราคาถูกก็ต้องเดินออกจากเมืองไปไกลหน่อย

หากสังเกตให้ดี เมืองนี้จะอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการไม่ใช้รถยนต์ แต่จะใช้รถจักรยานหรือรถไฟฟ้าแทน รถรับส่งจากหน้าสถานีรถไฟไปที่พักก็มีแต่รถยนต์ไฟฟ้า

การเดินทางสู่แชร์มัทท์

สามารถเดินทางด้วยรถไฟจากเมืองต่างๆ แต่ค่อนข้างไกล และใช้เวลานาน เช่น จากเมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที, กรุงเบิร์น (Bern) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง, เมืองซูริค (Zurich) ใช้เวลา 3 ชั่วโมง, เมืองโลซานน์ (Lausanne) ใช้ เวลา 3 ชั่วโมง ดังนั้นการมาเที่ยวแซร์มัทท์จึงเหมาะแก่การแวะหาโรงแรมพักสักหนึ่งคืน หรือถ้าท่านใดพักที่เมืองอินเทอร์ลาเค่น หรือกรุงเบิร์น ก็สามารถเดินทางมาแบบไปเช้า เย็นกลับได้ (แต่อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าให้ดี ระวังจะมาเสียเที่ยว)

เมื่อออกจากสถานีรถไฟ Zermat ฝั่งตรงข้ามเป็นสถานีรถไฟ Gornergrat Bahn สําหรับใช้ขึ้นไปชมภูเขามัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ฝังกอร์นเนอร์การ์ท แต่ถ้าใครอยากเดินชมเมืองก่อนให้เดินไปตามถนน Bahnhofstrasse ที่อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ แนะนําให้ขึ้นไปชมมัทเทอร์ฮอร์นก่อน แล้วค่อยลงมาชมเมือง เพราะภูเขาลูกนี้มักขี้อาย และมีเมฆมาบดบังอยู่ตลอดเวลา ถ้าวันไหนอากาศดี ให้รีบขึ้นไปชมเลยดีกว่า อาจตรวจสอบจากกล้อง CCTV ที่ถ่ายทอดสดลงมาให้ชมในสถานีรถไฟ Gormergrat Bahn ก็ได้

ถนน Bahnhofstrasse เป็นถนนเส้นหลักของเมือง สองข้างทางเป็นที่ตั้งของร้านค้า โรงแรมที่พัก ร้านจําหน่ายของที่ระลึก ร้านนาฬิกา ตามแม่พิมพ์เดียวกันกับ เมืองท่องเที่ยวเมืองอื่นในสวิส แต่โดดเด่นตรงที่ลักษณะเป็นอาคารไม้แบบสวิสชาเล่ต์ ไม่มีตึกที่สร้างด้วยคอนกรีตสมัยใหม่ให้เห็นเท่าไหร่นัก ถ้าเดินไปเรื่อยๆ ทางทิศใต้จน สุดทางอีก 1.5 กิโลเมตร จะพบกับสถานีกระเช้า Matterhorn Express ที่จะขึ้นไปยัง สถานี Klein Matterhorn ซึ่งเป็นจุดชมวิวมัทเทอร์ฮอร์นอีกมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความนิยม ชาวสวิสนิยมขึ้นมาฝั่งนี้เพื่อเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว ดังนั้น แนะนําให้ขึ้นชมทางฝั่งกอร์นเนอร์การ์ท (Gormergrat) ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ Zermatt ดีกว่า

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet