เที่ยวชมเสน่ห์ของ เมืองบาเซิล(Basel) ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสามประเทศ

basel

-เมืองบาเซิล (Basel)-

บาเซิล (Basel) เมืองสามประเทศ เพราะเป็นเมืองที่ติดชายแดนฝรั่งเศส และเยอรมัน รวมทั้งมีสนามบินกลางที่ใช้งานร่วมกันสามประเทศ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเมืองอกแตก เพราะมีแม่น้ำไรน์กั้นแบ่งเมืองเป็นสองฝั่ง

บาเซิลมีบทบาทสําคัญในฐานะเมืองที่อุดมไปด้วยศิลปะ และวัฒนธรรม ด้วยการก่อสร้างสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จํานวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักในสมญานามเมืองแห่งอุตสาหกรรมด้านเคมี และยา

จึงขอพูดถึงเมืองบาเซิลสั้นๆ เพราะอาจแวะมาเที่ยวหากมีเวลาเหลือ ใช้เวลาเดินทางจากเมืองต่างๆไม่นานนัก หรือจะใช้เป็นเมืองผ่านก่อนเข้าไปเที่ยวฝรั่งเศสต่อก็ได้

การเดินทางสู่บาเซิล

สถานีรถไฟในเมืองบาเซิลมีทั้งหมด 3 แห่ง เพราะใช้เชื่อมต่อกับการรถไฟ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสวิส สําหรับการเดินทางจากสวิส รถจะแวะมาจอดที่สถานี Basel SBB (ฝั่งซ้ายของแม่น้ำ) จากนั้นขึ้นรถรางเข้าเมือง แล้วเดินเท้าเที่ยวต่อได้ทั่ว การเดินทางจากเมืองต่างๆให้ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Basel SBB เช่น จากกรุงเบิร์น (Bern), เมืองซูริค (Zurich), เมืองลูเซิร์น (Luzern) ก็ใช้เวลาเดินทางมาบาเซิลอย่างสะดวก ด้วยระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

เมื่อเดินทางถึงสถานีรถไฟ Basel SBB ให้ขึ้นรถรางที่อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ ไปลงที่ป้าย Marktplatz สามารถขึ้นรถรางสายใดก็ได้ที่วิ่งผ่าน เช่น สาย 8, 16 ใช้เวลา ประมาณ 10 นาที่ ผู้ถือบัตร Swiss Pass ใช้ขึ้นได้ฟรีเช่นเคย ใครไม่มี อย่าลืมซื้อตั๋ว จากเครื่องจําหน่ายตั๋วอัตโนมัติก่อนขึ้นรถ (ราคาแพงหูฉี 3.60 ฟรังก์) จัตุรัสมาร์คพลัทซ์ (Marktplatz)

GPS : 47.5582806, 7.5875758

จัตุรัสมาร์คพลัทซ์ (Marktplatz) ชื่อตรงกับความหมายในตัว คือ เป็นจัตุรัส ตลาด (Market) ใช้เป็นตลาดนัดสําหรับจําหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหาร ขนมปัง และ ยังมีดอกไม้นานาพันธุ์ ส่วนอาคารโดยรอบจัตุรัสยังมีบรรดาร้านอาหารสมัยใหม่ ร้านฟาสต์ฟูดสําหรับเปลี่ยนบรรยากาศ เผื่อใครเริ่มเบื่ออาหารท้องถิ่นกันแล้ว ศาลาว่าการเมืองบาเซิล (Rathaus)

GPS : 47.5581681, 75881573

basel

ติดกับจัตุรัสมาร์คพลัทซ์มีอาคารโบราณสีแดงอิฐโดดเด่นอยู่ ปัจจุบันใช้เป็นศาลาว่าการเมืองบาเซิล (Rathaus) ในอดีตอาคารแห่งนี้คือ วังเก่าในยุคเรเนสซองส์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ส่วนหอคอยเพิ่งมาสร้างเพิ่มเติมในศตวรรษที่ 19 ด้านนอกอาคารมีภาพวาดบนตึกที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของเมือง ที่เคยอยู่ภายใต้โรมัน

จากจัตุรัสมาร์คพลัทซ์ (Marktplatz) หากเดินต่อไปทางทิศเหนือผ่านถนน Eisengasse แคบๆ ฝั่งขวามือ จะนําท่านไปสู่สะพานมิทเทิลเร บรุคเคอ (Mitera Brucke) ใช้ข้ามแม่น้ำไรน์ไปอีกฝั่งของเมือง เดิมที่สะพานแห่งนี้สร้างด้วยไม้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1225 และยังเป็นสะพานข้ามแม่น้ำไรน์แห่งแรกของบาเซิล ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสะพานคอนกรีตให้มีความแข็งแรงกว่าเดิม แต่อีกฝั่งของแม่น้ำก็ดูไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เพราะสถานที่ท่องเที่ยว มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ ตั้งอยู่ฝั่งนี้หมด ดังนั้น จึงขอเดินย้อนกลับทางเดิม เพื่อเดินต่อไปมหาวิหารบาเซิล (Basler Munster)

มหาวิหารบาเซิล (Basler Munster)

เดินเลาะไปตามถนนหรือตรอกเล็กๆ จากจัตุรัส Marktplatz หรือจากสะพาน Mittlere Brucke ไปยังมหาวิหารบาเซิล (Basler Munster) แลนด์มาร์คสําคัญประจําเมือง สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1019 แต่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จึงมีการสร้างใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ.1356 หากสังเกตให้ดีจะเห็นตัวโบสถ์ สร้างด้วยสไตล์โรมัน และโกธิก ด้วยวัสดุหินทรายสีแดง ปัจจุบันมหาวิหารบาเซล ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกที่สําคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย

ภายในตัววิหารคล้ายกับวิหารอื่นในทวีปยุโรป ประกอบด้วย ภาพกระจกส์ วาดจิตรกรรมบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา รูปปั้นนักบุญ สุสานคนสําคัญในวงการต่าง และใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งของมีค่าทางศาสนา

เวลา : ฤดูหนาวเปิด 11.00-16.00 น.
ฤดูร้อนเปิด 10.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
GPS : 47 5564425, 7.592398

  • Basel เมืองแห่งพิพิธภัณฑ์

บาเซิลขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพิพิธภัณฑ์ เพราะมีให้ชมกระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองกว่า 40 แห่ง แต่พิพิธภัณฑ์บางส่วนกระจุกตัวอยู่ละแวก Kunstmuseum หลายแห่งก็สามารถใช้ Swiss Pass เข้าชมได้ฟรี ส่วนบางแห่งใช้เป็นส่วนลดได้

เริ่มต้นจากหน้ามหาวิหารบาเซิล เดินลงมาตามถนน Rittergasse ไปยัง Kunstmuseum หรือท่านใดมาจากที่อื่น สามารถขึ้นรถราง หรือรถประจําทางมาลงที่ป้าย Kunstmuseum เพื่อเริ่มต้นชมพิพิธภัณฑ์เลยก็ได้

Kunstmuseum หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ตัวอาคารก่อสร้างสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย ภายในจัดแสดงงานศิลปะรูปปั้น ภาพวาด ประติมากรรมต่างๆ โดยเฉพาะงานเขียนที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1400-1600 รวมถึงงานในช่วงศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน

(เปิด 10.00-18.00 น. วันพฤหัสบดีเปิดถึง 20.00 น. ปิดวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : 16 ฟรังก์ Swiss Pass เข้าชมฟรี
GPS : 47.554344, 7.5939534

ฝั่งตรงข้ามเป็น Antikenmuseum หรือพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ จัดแสดงวัตถุโบราณตั้งแต่สมัยอียิปต์ กรีก โรมัน และยุคอื่นๆ

เปิด 10.00-17.00 น. ปิดวันจันทร์
ค่าเข้าชม: 10 ฟรังก์ Swiss Pass เข้าชมฟรี
GPS : 47.5543623, 75931414

เดินต่อมาทางทิศตะวันตกไม่ไกลก็พบกับจัตุรัส Barfusserplatz มีพิพิธภัณฑ์ Museum fur Geschichte หรือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองบาเซิล ตั้งอยู่ในโบสถ์เก่าจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ยุโรป

เปิด 10.00-17.00 น. ปิด วันจันทร์
ค่าเข้าชม: 12 ฟรังก์Swiss Pass เข้าชมฟรี
GPS : 47.5545422, 7,590282

หากสนใจชมพิพิธภัณฑ์อื่นๆต่อ สามารถเลือกชมได้ละแวกนี้อีกหลายแห่ง ส่วนผมขอตัวขึ้นรถรางจากจัตุรัส Barfusserplatz หน้าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ย้อนกลับไปที่สถานีรถไฟ เพื่อขึ้นรถไปเที่ยวเมืองอื่นต่อ

Remark: เนื่องจากเมืองบาเซิล (Basel) ใช้ภาษาเยอรมันในการสื่อสาร ดังนั้นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละแห่งจึงออกเสียงตามเยอรมัน บางคําไม่เขียนตามภาษาอังกฤษ เช่น มหาวิหารบาเซิล ในภาษาเยอรมัน และในเมืองบาเซิล จะใช้คําว่า Basler Munster แต่ในภาษาอังกฤษใช้ว่า Basel Minster ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า Basler อ่านว่า Basel ได้ยังไง!

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet