‘ทะเลสาบเจนีวา’ แหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป

Lake Geneva

-ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva)-

มีพื้นที่คาบเกี่ยวประเทศฝรั่งเศส และสวิส ดังนั้นชาวฝรั่งเศสจึงเรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่า เลคเลอมอง (Lac Leman) ถือเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรป ด้วยอาณาบริเวณของทะเลสาบที่กว้างขวาง ทําให้เมืองสําคัญในสวิสหลายเมือง เช่น เจนีวา (Geneva), โลซานน์ (Lausanne), มองเทรอซ์ (Montreux) กลายเป็นสถานที่สําหรับชมทะเลสาบแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี อีกฝั่งทะเลในเขตแดนฝรั่งเศส มีเมือง Evian-es-Bains ซึ่งเป็นเมืองผลิต และต้นกําเนิด น้ำแร่ชื่อดังอย่างเอเวียง (Evian) ที่เราดื่มกัน ก็มาจากละแวกนี้แหละ

กลางทะเลสาบเจนีวา มีน้ำพุเจ็ตโต (Jet d’Eau) หนึ่งในแลนด์มาร์คสําคัญของเมือง เพราะเป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่กลางนํามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1886 ด้วยความโดดเด่นของ น้ำที่พุ่งสูงกว่า 140 เมตร ในปริมาณ 500 ลิตรต่อวินาที พร้อมแรงอัด 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แต่ในวันที่ลมแรง อาจไม่มีโอกาสได้ชมน้ำพุเจ็ตโต เพราะเขากลัวลมแรงเกินไป จนละอองน้ำพัดมารบกวนผู้อื่น ถ้าอยากชมให้ชัด แนะนําให้เลิกมากลาง สะพานมงต์บลังก์ (Mont-Blanc) ที่ใช้สําหรับข้ามทะเลสาบไปสวนอองเกลที่อยู่อีกฝั่ง

Lake Geneva

บริเวณริมทะเลสาบใกล้สะพานมงต์บลังก์ยังมีท่าเรือสําหรับท่องเมืองเจนีวา และวิ่งรับส่งผู้โดยสารไปยังเมืองใกล้เคียง เช่น โลซานน์ (Lausanne) แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าขึ้นรถไฟทว่าถ้าเคยล่องเรือตามทะเลสาบทูนมาแล้ว หากต้องการบรรยากาศธรรมชาติที่นี่สู้ไม่ได้จะสู้ได้ในเรื่องล่องเรือชมความทันสมัยของตึกรามบ้านช่องมากกว่า

ท่านใดเพื่อการล่องเรือแล้ว อาจแวะเข้าชมร้านนาฬิกาหรูที่อยู่ริมทะเลสาบ เพราะส่วนใหญ่ร้านนาฬิกามักตั้งอยู่บริเวณนี้ รวมถึงธนาคารสําคัญของสวิสก็อยู่ละแวกเดียวกัน และที่เมืองเจนีวายังถือเป็นแหล่งกําเนิดของแบรนด์ Patek Philippe ลองสังเกตที่หน้าปัดนาฬิกาด จะมีตัวอักษรเขียนว่า Geneva กํากับไว้อยู่ ดังนั้นผู้ชื่นชอบ แบรนด์นี้ต้องไม่พลาด เพราะคุณมาถึงถิ่นแล้ว!

  • สวน Jardin Anglais

GPS : 46.2045154, 6.1508475

ข้ามสะพานมงต์บลังก์ไปอีกฝัง จะเป็นสวนชาร์แดงอองเกล (Jardin Anglais) สวนสาธารณะสไตล์อังกฤษ ในสวนมีอนุสาวรีย์ Monument National เป็นรูปปั้นเทพ 2 องค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์รําลึกในโอกาสที่รัฐเจนีวาเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาพันธรัฐสวิส เมื่อปี ค.ศ. 1814 ภายในสวนยังมีนาฬิกาดอกไม้ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนรุ่นหลังเห็นความสําคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาที่สวิตเซอร์แลนด์มีความยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยดอกไม้ที่เห็นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาลกว่า 6,500 ชนิด และยังได้ชื่อว่าเป็น นาฬิกาดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ข้างสวนริมทะเลสาบยังใช้เป็นท่าเรือสําหรับล่องชมเมืองมีร้านขายของที่ระลึก สถานที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจยามว่างของชาวเมือง

Lake Geneva

  • เขตเมืองเก่าเจนีวา

GPS : จัตุรัสปลาชดูบูร์ก เดอฟูร์ 46.2001911, 6.1489335

จากนาฬิกาดอกไม้ในสวนชาร์แดงอองเกล ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามแล้วเดินลงมาทางทิศใต้ผ่านถนน Place de Longemalle ราว 250 เมตร จะเจอถนนสายเล็กๆที่ปูด้วยหิน ขวามือเป็นจัตุรัส Place de la Madeleine แต่เราเดินผ่านถนนเส้นนี้ขึ้นไป ด้านบนเป็นทางลาดชันพอสมควร ไม่นานก็ถึงจัตุรัสปลาซดูบูร์กเดอฟูร์ (Place du Bourg-de-Four) ตลาดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน และยังเคยใช้เป็นศูนย์กลางการ ชุมนุมของนักคิดนักเขียน ในช่วงยุคปฏิรูป (Reformation) ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบ ถูกพัฒนากลายเป็นร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และแหล่งพักผ่อนของผู้คน

จากจัตุรัสเดินต่อมาถนน Rue de L’Hotel-de-Ville ไม่ถึง 100 เมตร ก็พบ มหาวิหารแซงต์ปิแอร์ (Cathedral St. Pierre) วิหารใหญ่ของเมืองเจนีวา

ระหว่างเส้นทางเดินจากสวนชาร์แดงอองเกลไปยังจัตุรัสปลาชดบูร์ก เดอฟูร์ มีถนนเส้นหลักตัดผ่านแยกออกไปจาก Place de Longemale อยู่สองเส้น คือ ถนน Rue du Rhone และถนน Rue de la Madeleine ยาวไปถึง Rue de la Rotisserie ถนนสองเส้นนี้เต็มไปด้วยแหล่งชอปปิง ร้านนาฬิกา ร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เปรียบเสมือนถนนเส้นหลักในเขตเมืองเก่าของเจนีวา

  • มหาวิหารแซงต์ปิแอร์ (Cathedral St. Pierre)

มหาวิหารแซงต์ปิแอร์ (Cathedral St. Pierre) วิหารใหญ่ของเมืองเจนีวา นิกายโปรเตสแตนท์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1160 โดยมีต้นแบบมาจากสไตล์โรมาเนสก์ แต่หลังจากนั้นมีการปรับปรุง ซ่อมแซมอยู่หลายครั้ง จนปัจจุบันกลายเป็นวิหารที่ก่อสร้างผสมผสานด้วยสไตล์โรมาเนสก์ โกธิก และนีโอคลาสสิค เราจึงเห็นรูปทรงของอาคารมีเสาโรมันค้ําไว้อยู่ ความรุ่งเรืองของมหาวิหารแห่งนี้ เกิดขึ้นช่วงศตวรรษที่ 16 เมื่อ John Calvin เข้ามามีบทบาทการเป็นนักปฏิรูปศาสนา และผู้สร้างสถานศึกษาใน เมืองเจนีวา ทว่าปัจจุบันในวิหารแซงต์ปิแอร์ยังมีเก้าอี้ของ John Calvin ที่เคยใช้นั่ง เป็นประจํา จัดแสดงไว้ให้ชมด้านในด้วย

หากยังพอมีแรง ผมแนะนําให้เดินขึ้นบันได 157 ขั้น ไปจุดชมวิวด้านบนมหาวิหาร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาได้ครบถ้วน และยังเห็นทะเลสาบ เจนีวา น้ำพุเจ็ตโตมุมสูงอย่างชัดเจน

เวลา : มิ.ย.-ก.ย. 9.30-18.30 น., ต.ค.-พ.ค. 10.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
GPS : 46.2011257, 6.1484199

พื้นที่โดยรอบวิหารยังมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์การปฏิรูป (Musee international de la Reforme) ตั้งอยู่ติดกับวิหารแซงต์ปิแอร์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับเหตุการณ์ปฏิรูปศาสนา ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ และข้อมูลเกี่ยวกับนักปฏิรูปหลายท่าน เช่น John Calvin, John Nox

ถัดมาฝั่งทิศตะวันตกของวิหารมีเมซงตาแวล (Maison Travel) อาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเจนีวา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์เจนีวา สถานที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาในยุคต่างๆของเมืองเจนีวา (เปิดเวลา 11.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์ GPS : 46.2013808, 6.1471221) พิพิธภัณฑ์ Patek Philippe

  • พิพิธภัณฑ์ Patek Philippe

ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่า ถ้าจะเดินจากวิหารแซงต์ปิแอร์ก็ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร แต่ถ้ามาจากตําแหน่งอื่นก็ขึ้นรถประจําทางทุ่นแรงมาได้พอสมควร อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เมืองเจนีวา เป็นเมืองต้นกําเนิดของนาฬิกา Patek Philippe ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงจัดแสดง นาฬิกาตั้งแต่รุ่นแรกๆ จนถึงรุ่นปัจจุบันที่วางขาย บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4 ชั้น มูลค่า แต่ละเรือนไม่ธรรมดา ดังนั้นค่อนข้างคุ้มค่าต่อการเยี่ยมชม

การเดินทาง : รถบัสสาย 1 ลงป้าย Ecole-de-medecine แล้วเดินต่อ 200 เมตร
เวลา : วันอังคาร-ศุกร์ 14.00-18.00 น. วันเสาร์ 10.00-18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 ฟรังก์, อายุ 18-25 ปี 7 ฟรังก์ เด็ก, Swiss Pass เข้าฟรี
GPS : 46.1983326, 6.1382248

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet