โลซานน์ (Lausanne) เมืองริมทะเลสาปที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ซักครั้ง

-เมืองโลซานน์ (Lausanne)-

โลซานน์ (Lausanne) ห่างจากเจนีวาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร ในอดีตเมืองโลซานน์เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เพราะพื้นที่เมืองอยู่ติดทะเลสาบเจนีวา ทําให้เชื่อมต่อกับอาณาจักรโรมันเมืองอื่นๆได้สะดวก ในอดีตเขตชุมชนตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้วยชัยภูมิของเมืองดี จึงเป็นที่หมายปองของมหาอํานาจ ชาวบ้านจึงย้ายไปตั้งชุมชนบนเนินเขาเหนือทะเลสาบ ทําให้สถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบันแบ่งออก เป็น 2 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เนินเขาเหนือทะเลสาบ) และเขตริมทะเลสาบ

คนไทยรู้จักเมืองโลซานน์ในฐานะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทรงศึกษา และทรงเจริญพระชนม์ ณ เมืองแห่งนี้ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ 

การเดินทางสู่โลซานน์

สามารถเดินทางด้วยรถไฟจากเมืองต่างๆมาได้อย่างสะดวก เช่น จากเมือง เจนีวา (Geneva) ใช้เวลา 40 นาที, ซูริค (Zurich) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที, กรุงเบิร์น (Bern) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง, อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที

ถ้าท่านใดลงเครื่องบินที่สนามบินเจนีวา แล้วต้องการตรงมาที่โลซานน์เลย สามารถขึ้นรถไฟมาได้ในเวลาไม่เกิน 50 นาที เพราะเป็นสนามบินที่ใกล้ที่สุด

การเดินทางในเมืองโลซานน์

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า เมืองโลซานน์ แบ่งสถานที่ท่องเที่ยวออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตเมืองเก่า ที่อยู่เนินเขาเหนือทะเลสาบ และส่วนริมทะเลสาบทั้งสองส่วนสามารถ เดินทางหากันอย่างสะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน (Metro) เมื่อถึงสถานีก็สามารถเดินเที่ยวได้

เมื่อถึงสถานีรถไฟเมืองโลซานน์ ผมขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานี Lausanne Gare ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟ เพื่อลงไปสถานี Ouchy-Olympique สถานีปลายทางที่อยู่ ริมทะเลสาบ แล้วค่อยเดินเที่ยวในละแวกนั้น ขากลับจะขึ้นรถไฟใต้ดินย้อนขึ้นไป หรือ เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ก็ได้ (แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขา อาจทําให้เหนื่อยง่าย)

  • เขต Ouchy (ริมทะเลสาบเจนีวา)

เริ่มต้นเที่ยวในเขตอุชชี (Ouchy) จากสถานีรถไฟ Ouchy-Olympique เดินเลาะไปตามถนนเลียบชายหาด เห็นบรรยากาศเมืองสงบริมทะเลสาบเจนีวา ต่างจากเมืองเจนีวาที่มีผู้คนหนาแน่นจนไม่เป็นส่วนตัว บางวันจะเห็นพ่อแม่พาลูกมาปันเรือถีบ หรือนั่งทานอาหารพักผ่อนริมทะเลสาบ แต่เดินจากสถานีรถไฟไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 200 เมตร ซ้ายมือจะเห็นโรงแรมโบริวาจ (Beau Rivage) โรงแรมหรห้าดาว เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1861 ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ได้ชัดเจน เมื่อครั้งที่พระบรมราชชนกทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ (สมเด็จย่า) ปี พ.ศ.2463 ทั้งสองพระองค์ทรงเลือกโรงแรมโบริวาจเป็นที่ประทับ ขณะเสด็จฯ ฮันนีมูนที่ยุโรป และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก็ทรงประทับที่ โรงแรมโบริวาจ หากเสด็จฯ ไปเมืองโลซานน์

  • พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Musee Olympique)

จากโรงแรมโบริวาจ เดินเลาะไปตามถนนริมทะเลสาบเรื่อยๆ ไม่นานก็พบกับพิพิธภัณฑ์โอลิมปิก (Musee Olympique) สาเหตุที่พิพิธภัณฑ์โอลิมปิกตั้งอยู่เมืองนี้ เพราะโลซานน์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโอลิมปิก จากการที่สํานักงานใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ที่มีหน้าที่ควบคุมการทํางานคณะกรรมการโอลิมปิก แต่ละประเทศเข้ามาตั้งที่ทําการในเมืองโลซานน์

พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี ค.ศ.1993 ภายในจัดแสดงข้อมูล ประวัติความเป็นมาของการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลนักกีฬาฮีโร่ชื่อดังที่ได้รับเหรียญรางวัล ภาพความประทับใจของแต่ละการแข่งขัน ตัวการ์ตูนประจําเจ้าภาพการจัดงานแต่ละครั้ง ชุดนักกีฬาของจริงที่ใช้ในการแข่งขัน และตัวอย่างเหรียญรางวัลที่มอบให้นักกีฬา มีให้ชมทั้งนิทรรศการถาวร และชั่วคราว สลับหมุนเวียนตลอด ส่วนสวนด้านนอกพิพิธภัณฑ์ เรียกว่า สวนโอลิมปิก (Parc Olympique) มีรูปปั้นประติมากรรมนักกีฬากําลังแสดงท่าทางต่างๆ

TIPS: การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ละครั้ง ประเทศสมาชิกที่เสนอตัว ต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะประเทศไหนที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพมักจะเป็นการส่งเสริมภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศนั้น และได้รับผลทางเศรษฐกิจในเชิงบวก มีเงินสะพัดเข้าประเทศของตนระหว่างการแข่งขันมากขึ้น ดังนั้นจึงมีประเทศสมาชิกจํานวนมาก เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

แต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ว่า ไม่ได้แน่นอนเสมอไป เห็นได้จากประเทศกรีซ กับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี ค.ศ. 2004 ประชาชนอยูดีกินดี ในช่วงนั้น เพราะรัฐบาลสามารถสร้างงานได้จํานวนมาก แรงงานก็ได้ค่าจ้างสูงจากการก่อสร้างสนามกีฬา อาคารจัดการแข่งขัน ที่พักนักกีฬา แต่ทว่ารัฐบาลกรีซใช้งบประมาณสําหรับกีฬาโอลิมปิกเกินตัว กลายเป็นการสร้างหนี้มหาศาลให้ประเทศในอีกไม่กี่ปีถัดมา ก็เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ ลุกลามไปทั่วยุโรป

การเดินทาง : รถไฟ metro สถานี Ouchy-Olympique แล้วเดินต่อ
เวลา : 9.00-18.00 น. (เปิดทุกวัน), ต.ค.-เม.ย. เปิด 10.00 น. (ปิดวันจันทร์)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 18 ฟรังก์, เด็ก 10 ฟรังก์, Swiss Pass
เข้าฟรี
GPS : 46.5087112, 6.634081

  • สวนเดอน็องตู (Le Denantou)

GPS : 46.2045154, 6.1508475

เดินจากหน้าพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกเลียบทะเลสาบต่อมาอีกนิดราว 100 เมตร ก็ถึงสวนเดอร็องตู (Le Denantou) หัวมุมของสวนมีบันไดเล็กๆขึ้นไปไม่กี่ขั้น อยากให้แวะชมสักหน่อย เพราะมีรูปปั้นลิงสามตัว ปิดหู ปิดตา ปิดปาก เป็นรูปปั้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงโปรดเป็นอย่างมาก ขณะทรงพระเยาว์หากพระองค์มีโอกาสผ่านมาเมื่อไหร่ จะแวะเข้ามาชมอยู่เสมอ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงนิพนธ์ในหนังสือ “เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์” ไว้ว่า ลิงสามตัวนี้หมายถึง การไม่ยอมฟัง ดู พูด ในสิ่งที่เลว

ภายในสวนเดอร็องตู ยังมีศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ที่ชาวไทยภาคภูมิใจ สร้างขึ้นเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อปี พ.ศ.2549 และฉลองครบรอบความสัมพันธ์ ทางการทูตระหว่างไทยกับสวิสครบ 75 ปี เป็นศาลาสีทองอร่ามตั้งอยู่กลางสวน ออกแบบโดย นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ

ลักษณะของศาลาไทย เป็นศาลาไม้แบบจตุรมุข มียอดมณฑป กว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง และไม้สัก ส่วนประกอบจากหินที่ใช้ ในการก่อสร้างทุกชิ้น ขนส่งจากประเทศไทยไปสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2550 และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปประกอบพิธีเปิดศาลาไทย อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมา

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet