เที่ยวในเมืองถ่ายรูปชิคย่านตึกสูงลิบใน L.A. Downtown

l-a-downtown

-L.A. Downtown-

ย่านดาวน์ทาวน์ลอสแองเจลิส ตั้งอยู่ค่อนมาทางตะวันออกของตัวเมือง ประกอบด้วยกลุ่มตึกสูงที่อัดแน่นกันอยู่ใจกลางเมือง เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง สถาบันการเงิน ธนาคาร บริษัทห้างร้าน ศูนย์การค้า จัตุรัส พิพิธภัณฑ์ โบสถ์และสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่โดยทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งและเรียกชื่อเขตต่างๆ แตกต่างกันไปตามลักษณะของการทํามาค้าขายหรือย่านชุมชน คือ

  • Financial District ถือเป็นจุดศูนย์กลางเมืองที่ประกอบไปด้วยกลุ่มตึกสูงระฟ้าของโรงแรมชั้นดี สํานักงานของบริษัทห้างร้าน ธนาคาร สถาบันการเงิน
  • Civic Center เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง สวนสาธารณะและรายรอบด้วยพิพิธภัณฑ์ และคอนเสิร์ตฮอลล์
  • Fashion District ศูนย์รวมร้านค้าแฟชั่นในอาคารพาณิชย์ หรือตามตรอกซอกซอย บรรยากาศคล้ายตลาด สวนจตุจักรหรือตลาดโบ้เบ้ในบ้านเรา
  • Flower District ตลาดและศูนย์รวมร้านค้าไม้ดอกไม้ประดับและของตกแต่งสวน
  • Toy District แหล่งรวมร้านค้าของเล่นและเครื่องใช้ ไฟฟ้าอิเล็คทรอนิคส์
  • Jewelry District ย่านการค้าอัญมณี เพชรทองสิ่งของมีค่าและเครื่องประดับ
  • Little Tokyo ย่านการค้าแหล่งที่พักอาศัยของชาวญี่ปุ่น Chinatown ย่านการค้าแหล่งพักอาศัยของชุมชนคนจีน Art District ศูนย์รวมร้านค้าและแกลเลอรี่เกี่ยวกับงานศิลปะ

– Union Station –

สถานียูเนียน เป็นทั้งสถานีรถไฟ Amtrak รถไฟ Metrolink รถไฟใต้ดิน (Red Line, Purple Line) รถไฟฟ้า (Gold Line) สร้างขึ้นเมื่อปี 1939 บนพื้นที่เดิมของย่านไชน่าทาวน์ ซึ่งปัจจุบันชุมชนคนจีนในแอลเอ ได้ขยับขึ้นไปทางเหนืออีกเล็กน้อย

l-a-downtown

เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดกว้างใหญ่มาก การเดินทางข้ามประเทศในอดีต จึงเป็นเรื่องยากลําบาก เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเริ่มมั่นคง จึงมีโครงการสร้างทางรถไฟเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างฝั่งตะวันออกกับตะวันตก และเริ่มเปิดใช้เมื่อปี 1869 ในที่สุดทางรถไฟ สายดังกล่าวก็มาถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ทําให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของผู้คน ทําให้เมืองเล็กๆ ทางชายฝั่งตะวันตกทั้งซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิสและซานดีเอโกขยายตัวเป็นเมืองใหญ่ อุตสาหกรรมต่างๆ ของประเทศจึงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือเป็นยุคทองของการเดินทางด้วยรถไฟในสหรัฐ ก่อนจะถูกเครื่องบินเข้ามาแทนที่ในเวลาต่อมาจวบจนถึงปัจจุบัน

สถานีรถไฟแห่งนี้ยังคงมีบรรยากาศของการเดินทางในสมัยนั้นไว้ให้ชม โดยเฉพาะห้องโถงผู้โดยสารสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่โอ่โถง ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูด้วยหินอ่อน เก้าอี้นั่งหนังแท้ เพดานไม้สลักลวดลายคล้ายเพดานโบสถ์และหน้าต่างโค้งสูง ยังคงอนุรักษ์ไว้และยังใช้งานตามปกติ รวมทั้งน้ำพุปูด้วยกระเบื้องสีสดก็ยังมีหลงเหลือให้ชม เห็นมีเหรียญจมอยู่ใต้น้ำมากมาย คงมีคนอธิษฐานขอให้ได้กลับไปเยือนที่นี่อีก

 ภายในห้องโถงนี้เป็นที่ตั้งเคาน์เตอร์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ระบบขนส่งมวลชนแจกฟรีด้วย

ปัจจุบัน Amtrak มีขบวนรถไฟจากหลายเมืองมายังสถานีแห่งนี้ เช่น ขบวน Coast Starlight จากซีแอตเติล, ขบวน Southwest Chief จากชิคาโก, Sunset Limited จากนิวออร์ลีน และ Pacific Surfliner จากซานดิเอโก เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้ตั๋วโดยสาร USA Rail Pass ใช้บริการรถไฟ เหล่านี้ได้ (www.amtrak.com)

นอกจากนี้ยังมีรถไฟ Metrolink วิ่งให้บริการไปยังชานเมืองและเมืองใกล้เคียงด้วย ซึ่งไม่อยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป จึงไม่มีโอกาสได้ใช้บริการรถไฟนี้

รถบัส Fly Away จากสนามบินลอสแองเจลิส ก็มีเส้นทางวิ่งมายังสถานีแห่งนี้ด้วย จากตรงนี้สามารถต่อรถไฟฟ้าไปยังส่วนอื่นๆ ของเมืองได้อย่างสะดวก

TIP:

ชื่อเดิมของสถานีรถไฟแห่งนี้ คือ La Grande Station และ Central Station นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟ ชื่อ Union Station ในอีกหลายเมืองของสหรัฐ เช่น กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., ชิคาโกและเดนเวอร์ เป็นต้น

– El Pueblo de LOS ANGELES –

นี่คืออนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์การก่อกําเนิดเกิดเป็นเมืองลอสแองเจลิสที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นสถานที่ผสมผสานของวัฒนธรรม ซึ่งมีอยู่หลายส่วนตามยุคสมัยของผู้ตั้งถิ่นฐาน เริ่มจากชนพื้นเมืองชาวปูเอโบล (Pueblo) 11 ครอบครัว (44 คน) อพยพจากอ่าวแคลิฟอร์เนียเข้า มาตั้งบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ําใกล้บริเวณนี้เมื่อปี 1781 จนกระทั่งชาวสเปนเข้ามา (1781-1821) จึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า et Pueblo de Nuestra Seora la Reina de los Angeles del Rio de Porciuncula หลังจากนั้นเป็นยุคของชาวเม็กซิกัน (1821-1847) จนเมื่อแคลิฟอร์เนียเข้าเป็น ส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เมืองแห่งนี้จึงเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต่อไปนี้เป็นสถานที่สัญลักษณ์ หรืออาคารสําคัญอันแสดงถึงวัฒนธรรมของผู้บุกเบิกในยุคต่างๆ ให้เราได้ชมกัน

The Plaza เป็นจุดใกล้เคียงกับที่ชาวปูเอโบลเข้าไปตั้งบ้านเรือนมากที่สุด ปัจจุบันเป็นเวที 8 เหลี่ยม ใช้เป็นเวที ดนตรีและการแสดงในเทศกาลต่างๆ ข้างๆกันมีอนุสาวรีย์พระเจ้าคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปน เป็นอนุสรณ์ว่าชาวสเปน เป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในลอสแองเจลิสและเป็นผู้ตั้งชื่อเมือง

TIP:

ชาวปูเอโบล…คือใคร เจ้าของวัฒนธรรมอนาซาซี (Anasazi) ในอดีตซึ่งถือกําเนิดขึ้น บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกาประมาณปี ค.ศ. 100 พวกเขา รู้จักการสานตะกร้า ทําการเกษตร รู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำฝน และมีระบบชลประทาน รู้จักใช้หินแทนดิน ใช้ไม้ในการสร้างบ้าน ชาวปูเอโบลบูชาเทพเจ้าคาชินาซึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ พวกเขาสวมใส่หน้ากากและร้องรําทําเพลงบูชาเทพเจ้า

Blessing of the Animals ภาพวาดฝาผนังของ Leo Politi แสดงให้เห็นถึงการ ขอบคุณสัตว์เลี้ยงต่างๆ อันเป็นวัฒนธรรมของชาวเม็กซิกัน บนฝาพนังฝึกใกล์ The Plaza

  • Pico House สร้างโดย Pio Pico อดีตผู้ปกครองแคลิฟอร์เนียชาวเม็กซิกันคนสุดท้าย ก่อนที่แคลิฟอร์เนียจะถูกสหรัฐอเมริกาบุกยึดเข้าเป็นรัฐลําดับที่ 31 เมื่อปี 1850 ตัวอาคารสร้างในสไตล์ อิตาลีเมื่อปี 1870 เป็นตึก 3 ชั้นแห่งแรกของเมือง และยังเคยเป็นโรงแรมหรูมาก่อนหน้านี้ด้วย
  • Catholic Church หรือ La Iglesia de Nuestra Señora la Reina de Los Ángeles (The Church of Our Lady the Queen of the Angels) สร้างครั้งแรกเมื่อปี 1822 ถือเป็นโบสถ์เก่าแก่แห่งแรกของลอสแองเจลิส ต่อมาได้รับการบูรณะในปี 1861
  • Overa Street ให้บรรยากาศของตลาดนัดแบบเม็กซิกัน มีร้านค้า แผงขายของฝากของที่ระลึกแต่ละชิ้นสีสันสดใสตั้งแต่ชุดพื้นเมืองเม็กซิกัน หมวกปีกกว้าง ภาพวาดงานฝีมือ ไปจนถึงของเล่น และมีร้านขาย Tacos, Tortas ซึ่งเป็นอาหารเม็กซิกันด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ของชาวเม็กซิกัน ตั้งแต่ปี 1930 ที่ยังอนุรักษ์เอาไว้ได้หลังจากแคลิฟอร์เนียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เดิมถนน คนเดินแห่งนี้ชื่อ Wine Street ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Oivera Street เพื่อเป็นเกียรติให้กับ Augustin Olvera อดีตผู้พิพากษาคนแรกของแอลเอ
  • America Tropical Mural บนถนน Overa ยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้แวะชมอีก คือ Sepulveda House ของตระกูล Sepulveda ผู้ตั้งถิ่นฐาน จากเมืองเซโกเบียในสเปน สร้างเมื่อปี 1877 เป็นอาคารทรงวิคตอเรียนขนาด 22 ห้อง ปัจจุบัน ปรับปรุงเป็นร้านค้าและโรงแรม El Pueblo Visitor Center ก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย ติดกันมีภาพเขียนฝาผนัง America Tropical ของ David Alfero Siqueiros จิตรกรชาวเม็กซิกันเป็นผู้วาดไว้เมื่อปี 1932 สื่อเรื่องราวการแสวงหาผล ประโยชน์จากคนงานเม็กซิกัน ภาพเขียนดั้งเดิม ตั้งอยู่ผนังบนดาดฟ้า ชั้นล่างมีภาพจําลองให้ชม

นอกจากนี้ยังมีอาคารเก่าแก่อีกหลายแห่งให้ชม เช่น Old Firehouse อดีตสถานีดับเพลิงตั้งแต่ยุคที่ ยังใช้รถม้าบรรทุกอุปกรณ์ดับเพลิง Avila Adobe บ้านของอดีตนายกเทศมนตรี Don Francisco Avila สร้าง เมื่อปี 1818 และยังเคยเป็นศูนย์บัญชาการทหารด้วย และ Chinese American Museum บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนชาวจีนที่เคยอาศัยอยู่รอบๆ บริเวณนี้ก่อนจะขยับ ชุมชนขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อยในปัจจุบัน

การเดินทาง: El Pueblo de Los Angeles :
• Metro Rail Red, Purple, Gold Line ลงสถานี Union Station แล้วเดินออกด้านหน้าสถานี
• Metro Bus สาย 68,70,71,76,78,79
• DASH Bus สาย B

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet