การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยว รัสเซีย (Russia)

russia

  – RUSSIA –

ในยุคที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์เก่าๆเริ่มจาง คําที่ว่าหลังม่านเหล็กไม่อาจหวนนํากลับมาใช้ได้อีก ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเปลี่ยนแปลงไป การเดินทางด้วยรถไฟเป็นไปด้วยความสะดวกมากขึ้นในดินแดน ที่ขึ้นชื่อว่ากว้างใหญ่ที่สุดในโลก ทําให้แต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันในศาสนา วัฒนธรรม หรือแม้แต่หน้าตาผู้คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างตะวันออกและ ตะวันตกของประเทศ จนแทบคิดว่าเป็นคนละประเทศกัน ขณะที่ค่าครองชีพไม่ สูงส่วนหนึ่งเพราะค่าเงินลดลงไปถึง 50% ในขณะที่ประวัติศาสตร์ในแถบไซบีเรีย นั้นเป็น key point ที่สําคัญในการพลิกประวัติศาสตร์และการล่มสลายของระบบ พระเจ้าชาร์ในเวลาต่อมา

การโดยสารทางด้วยรถไฟสายในตํานานและยาวที่สุดในโลกโลดแล่นลัดเลาะ แวะผ่านเมืองต่างๆ จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจําไม่น้อยที่ยังรอคอยทุกคนผูกเชือกรองเท้าแล้วแพ็คกระเป๋าเดินทาง… ก้าวออกมารอที่ชานชาลาด้วยกัน 

ไปเที่ยวช่วงในกันดี

  • ช่วงฤดูนาว ธันวาคม-กุมภาพันธ์ในเขตไซบีเรียช่วงนี้จะเป็นช่วงที่หนาวจัดอุณหภูมิติดลบได้ ถึง -20 ถึง -40 องศาเซลเซียส หลาย ๆ ที่จะขาวโพลนไปด้วยหิมะ แม่น้ํา ทะเลเป็นน้ําแข็ง ข้อดีคือโรงแรมจะราคาถูกลง แต่การเดินทางด้วยรถไฟอาจมีจํานวนรอบลดลงต้องเช็คเวลา ให้ดี ส่วนการเดินทางไปยังเกาะโอลคอนต้องใช้ยานพาหนะรถยนต์ขับบนผิวของทะเล สาบไบคาลที่จับตัวกันจนเป็นพื้นน้ําแข็ง ซึ่งทัศนียภาพจะแปลกตาต่างไปจากฤดูกาลอื่นๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ 12-20 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบาย พระอาทิตย์ตกโดยประมาณ 1-2 ทุ่มเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจะยังไม่ค่อยเยอะ โรงแรม จะยังไม่ขึ้นราคา แต่การเดินทางไปยังทะเลสาบไบคาลที่น้ําแข็งเริ่มละลายจะต้องใช้เรือ Hovercraft คล้ายเรือสะเทินน้ําสะเทินบกแทนเรือปกติ ส่วนต้นไม้ใบหญ้าเริ่มต้นแตกใบ อ่อนฟื้นคืนชีพจากช่วงที่หนาวเหน็บจากหิมะ สถานที่ท่องเที่ยวพวกพิพิธภัณฑ์จะยังเปิด ช้าแถมปิดไว
  • ช่วงฤดูร้อน มิถุนายน-สิงหาคม ถือเป็นช่วง high season ช่วงนี้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก มารัสเซียมากที่สุด และแน่นอนราคาโรงแรมก็แพงมากขึ้นเป็นช่วงที่ทิวทัศน์รัสเซียสวยงามมากที่สุดในรอบปี ต้นไม้เขียวขจี ตัวเมืองจะประดับดอกไม้ในสวนสาธารณะ ถนน น้ำพุทั่วเมือง ตามสถานที่ที่ท่องเที่ยวจะเปิดทําการนานกว่าฤดูอื่นเป็นช่วงที่จะใช้เวลาอย่างคุ้มค่ามาก เพราะพระอาทิตย์ตกดินช้าราว 3 ทุ่ม การเดินทางด้วยรถไฟสายไซบีเรีย หรือการเดินทางไปเกาะโอลคอนนั้นแสนง่าย แต่อาจจะต้องจองที่พักและ ตั๋วรถไฟเพราะมีโอกาสเต็ม และช่วงเข้าสู่ฤดร้อนที่เกาะโอลคอนนั้นจะมีดอกไม้ป่าที่กำลังออกดอกสะพรั่งซุกซ่อนตามมุมต่างๆของเกาะมากกว่าในฤดูกาลอื่น
  • ช่วงฤดูใบไม้ร่วง กันยายน-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่สวยงามมาก ใบไม้จะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีสันต่างๆ สะท้อนแสงแดดออกประกายส้มทองอร่ามไปทั้งต้น อากาศเย็นสบายกำลังดีราวๆ 5-10 องศาเซลเซียส แสงแดดกําลังอุ่น ไม่ร้อนเกินไปสลับกับมีฝนบ้าง แนะนำให้นำร่มติดตัว และพกดวงไปด้วย เวลาของพระอาทิตย์ตกราว 6 โมงเย็น เวลาปิด-เปิด ท่องเที่ยวคล้ายกับฤดูร้อน การเดินทางด้วยรถไฟและเรือยังทําได้ตามปกติ แต่ผู้คนจะเที่ยวกันน้อยลงในช่วงนี้

วีซ่า และการทํา Registration นักท่องเที่ยว

  1. ผู้ถือพาสปอร์ตไทยที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพํานักในรัสเซียได้ไม่เกิน 30 วัน เนื่องจากไทยมีความตกลงร่วมกันว่าด้วยการยกเว้นการตรวจ ลงตราระหว่างไทยกับรัสเซีย สามารถโหลดเอกสารเพื่อนําติดตัว กรณีถูกตรวจสอบจากทางการรัสเซียได้ที่ www.thaiembassymoscow.com/download/pdf/th-ru_visaexempt en.pdf
    (ภาษาอังกฤษ),
    www.thaiembassymoscow.Com/download/pdf/th-ru_visaexempt_ru.pdf (ภาษารัสเซีย)
  2. การทํา Registration นักท่องเที่ยว ในกรณีพักที่เมืองนั้นเกินกว่า 7 วัน ควรจะทําการ Registration ภายใน 3 วันไม่รวมวันหยุดราชการ กรณีพักโรงแรม โฮสเทล ให้แจ้งทางที่พักให้ดําเนินการให้ ซึ่งในปัจจุบันทางที่พักจะขอดูพาสปอร์ต Migration Card ที่ได้ จากแผนกตรวจคนเข้าเมืองและใบจองที่พัก จากนั้นพนักงานจะคีย์ข้อมูลเราเข้าแบบ ฟอร์ม “Arrival Notification of Foreign Citizen to the place of Destination” ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งไปยังทางตํารวจหน่วยงาน The Local Migration police office ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ทางที่พักจะปริ้นท์กระดาษครึ่ง A4 มาให้เราพกใส่กระเป๋า ติดตัวไว้ให้อุ่นใจในใบ Registration จะมีชื่อเราในภาษารัสเซียและวันที่เข้าพัก ชื่อที่พัก และตราประทับด้านหลัง ส่วนค่าใช้จ่ายมีทั้งฟรีและเสียเงินราว 500-1,000 รูเบิล ต่อคน ขึ้นกับนโยบายของสถานที่นั้นๆ ลองเช็คเงื่อนไขนี้ก่อนจอง เพื่อทราบราคาห้องพัก เพราะถ้าบวกค่าธรรมเนียมจะยังคุ้มไหม กรณีพักอพาร์ทเม้นท์ บ้านคนรู้จัก จะต้องให้เจ้าของที่พักไปติดต่อกับที่ทําการไปรษณีย์ หรือ The Local Migration police office เพื่อกรอกแบบฟอร์ม พร้อมสําเนาพาสปอร์ต Migration Card และวีซ่าของเรา และสําเนาพาสปอร์ตของเจ้าของที่พัก โดยเจ้าของ ต้องไปดําเนินการด้วยตนเอง หรือใช้บริการเอเย่นต์

ในกรณีที่ไม่ได้ Registration และอยู่เมืองใดเมืองหนึ่งนานเกิน 7 วัน ก็จะถูกปรับเมื่อตํารวจตรวจพบ สําหรับเราก็ยังไม่เคยถูกเรียกตรวจแต่อย่างใดและผ่าน ตม. ขาออก ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ต้องบอกว่าเตรียมพร้อมไว้ก่อนดีกว่าในเมื่อที่พักทําให้ฟรี แม้อยู่ไม่ถึง 7 วันก็ขอทําไว้ก่อนได้ การที่มีกฏ Registration เพื่อให้ทางการได้รับรู้ว่าชาว ต่างชาติที่เข้าประเทศมีการเดินทางไปที่ไหนบ้าง ให้ง่ายต่อการควบคุมดูแล

สิ่งที่ต้องนําติดตัวเมื่อเที่ยวในรัสเซีย

กรณีเจ้าหน้าที่ตํารวจขอตรวจเราจะต้องมีเอกสารเหล่านี้แสดงอยู่ด้วย

  1. พาสปอร์ตและสําเนา
  2. ใบ Registration (ตามกฎระเบียบ)
  3. Migration Card ใบนี้เราได้ตอนที่ผ่านตรวจคนเข้าเมือง ต้องเก็บให้ดี ทางที่พักจะดูตอน เช็คอิน และตอนทํา Registration ให้ และที่สําคัญมากๆ คือตอนผ่านตม.ขาออก ในนี้จะต้องแนบในพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ และ จะถูกดึงกลับคืนไป

สิ่งที่อาจจะใช้
ความตกลงร่วมกันว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างไทยกับรัสเซีย ควรใช้ภาคภาษารัสเซีย เพราะส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะไม่พูดอังกฤษ และใบจองตั๋วเครื่องบินขากลับ

สายการบิน สู่เมืองอีร์อุตสค์

สําหรับสายการบินตรงมีเพียง S7 เป็นสายการบินประหยัดของรัสเซีย ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมงในราคาตั๋วไปกลับราว 14,000 บาท ส่วนเที่ยวเดียวอย่างในทริปนี้เลือกซื้อตอนมากรุงเทพฯ อย่างเดียวมีค่าตั๋วราว 8,000 บาท แต่ถ้าสายการบินอื่นเป็นตัวเลือกที่ไม่แนะนํา เพราะต้องทรานสิทที่ฮ่องกงหรือปักกิ่งก่อน ใช้เวลาในการเดินทางรวม – และราคาเริ่มต้นที่ 20,000 กว่าบาทขึ้นไปแพงกว่าบินตรงเสียอีก

Note:

สามารถซื้อตั๋วสายการบิน S7 หรือ Siberia Airlines จากเว็บไซต์ www. 57.ru ได้โดยตรง มีภาษาอังกฤษให้เลือก เว็บใช้งานได้ง่ายและสะดวก เครื่องบินโดยสารเครื่องเล็ก มี 2 แถว แถวละ 3 ที่ และที่สําคัญต้องดูข้อ กําหนดกระเป๋าดีๆ เพราะจะเน้นว่าโหลดใต้ท้องเครื่องได้เพียงใบเดียว และน้ำหนักไม่เกินเกณฑ์ของสายการบิน หากมีมากกว่านั้นก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet