ตะลุยชมสถานที่อันงดงามของ อูลัน-อูเด

ulan-ude

-วัดรินโปเช Rinpoche Bagsha Datsun-

การมาที่วัดแห่งนี้ซึ่งอยู่บนเขาที่ใกล้กับตัวเมือง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรถลงไปหรือไม่ เพราะมีรถคอยคิว หลากหลายสายมากมายให้บริการ แค่รู้ที่จะไปและเอารูปโชว์คนขับก็เข้าใจไม่ยาก ราคาตามที่แปะป้ายในรถมีแบบราคาเดียว ไม่ได้คิดตามระยะทาง

วัดรินโปเช สร้างในปี ค.ศ. 2000 โดยพระลามะ Eshe Lodoi Rinpoche เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแผ่คําสอน ทางพุทธศาสนาแบบทิเบต ภายในอาคารหลักมีพระพุทธ รูปขนาดใหญ่สูงราว 5 เมตร
ได้ถูกนํามาจากประเทศจีน เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียหรืออาจจะใหญ่สุดในยุโรปด้วยซ้ำ ตัววัดสร้างบนเนินเขาที่สามารถเห็นวิวของอูลันดูเดแบบพาโนรามา 360 องศาได้ดีที่สุด

หลังจากลงจากรถเมล์ก็ได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นหูนั่นคือ บทสวดมนต์แบบทิเบตจากร้านค้า ขายวัตถุบูชาหน้าวัดดังก้องไปทั่วลานจอดรถ จากบริเวณนี้จะเห็นสถปเจดีย์สีขาวขนาดย่อม ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดรินโปเช ผู้คนจะเข้าไปกราบไหว้สวดมนต์ และมุมนี้จะพอมองเห็นวิวบ้านเรือนด้านล่าง ที่เราได้นั่งรถขึ้นมา และบริเวณด้านซ้ายมือติดรั้ววัดก็มีร้านคาเฟ่เล็กๆ ชื่อ Kalas cafe

ส่วนอาคารวัดรินโปเชมีสีน้ำตาลเข้มหลังคาเหลืองสูงราว 2 ชั้น ลักษณะคล้ายตก มากกว่าที่จะเป็นโบสถ์วิหารแบบทั่วไปรอบพื้นที่ด้านนอกจะมีทางเดินเทรคกิ่งไปตามทางบันไดไม้ ลงไปสู่ศาลาสําหรับผู้มาปฏิบัตินั่งสมาธิทางด้านล่างท่ามกลางป่าที่ร่มรื่น สําหรับผู้ที่พอมีเวลาสามารถเดินเล่นดูได้ โดยทางด้านข้างค่อนไปทางหลังวัดจะเห็นเสาผูกผ้าธงมนต์หลากสีสันปลิวสะบัดตามแรงลม ผ้าบางผืนถ้าสังเกตดูจะมีลวดลายคล้ายพระพุทธรูป หรือลายเทพเจ้าในศาสนาพุทธแบบทิเบตและมีบทคําสวดมนต์พิมพ์อยู่บนผืนผ้า ความเชื่อคล้ายกับให้สายลมช่วยพัดพาเอาคําสวดเหล่านี้ให้ล่องลอยกระจายไปแสนไกล และการโบกสะบัดของธงมนต์ก็เสมือนการสวดมนต์พันจบ ส่วนเสาที่เอาไว้ผูกผ้ามนต์ที่แทบจะไม่เหลือที่ว่างให้ผูกเลย

ที่ห้ามพลาด ณ จุดนี้มีวิวของตัวเมืองอูลันดูเด ที่อยู่ทางด้านล่างถูกโอบกอดด้วย ทิวเขาพาโนรามาแบบสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีสดใสของกลางวัน หรือจะมาช่วงพระอาทิตย์ตกก็ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง

ส่วนอาคารหลักสีน้ำตาลเข้ม ภายในจะค่อนข้างมืดสลัวและเงียบสงบ มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งเรียงเป็นแถวหันหน้าเข้าหากันอยู่ตรงกลาง เป็นที่ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมของพระลามะ ซึ่งจะเห็นอุปกรณ์ใช้ในการจดบันทึกกงล้อมนต์ ถัดไปด้านในสุดเป็นพระพุทธรูปทองขนาดใหญ่สวยงามที่ละม้ายคล้ายกับ พระพุทธรูปนิกายเถรวาทของไทย และยังมีจัดแสดงรูปปั้นสัมฤทธิ์องค์พระโพธิสัตว์อยู่ตามผนังทั้งสองฝั่ง และมีลูกประคํายักษ์ขนาดใหญ่วางที่มุมห้องด้านหนึ่ง

ครุฑ ในศาสนาพุทธทิเบต ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีพลังอํานาจ และช่วยปกป้องคุ้มครองพุทธศาสนาในดินแดนหิมาลัย ครุฑคือพญานกที่มีลําตัวและแขนเป็นมนุษย์ ปีกกว้าง ขอบตาลุก โชนดังเปลวไฟ และมือของครุฑจะจับยึดส่วนหัวและหางของงูไว้ มีความหมายว่า “การยกย่องเทวราชาผู้ยิ่งใหญ่” เป็นความเชื่อของพุทธแบบทิเบต

พระพุทธรูปศากยมุนีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย สูง 6 เมตร ปิด ทองทั้งองค์ ถูกสร้างในประเทศจีนก่อนที่จะนํามาประดิษฐานที่วัดรินโปเชแห่งนี้ในปี ค.ศ. 2004 ภายในองค์พระบรรจุ คัมภีร์บทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ยามที่เดินเข้ามาในวิหารแห่งนี้รับรู้ถึงความสงบ เงียบ และความงามของพระพุทธรูปที่อยู่เบื้องหน้านั้นที่มีความคล้ายกับพระพุทธรูปของเราไม่น้อย และวัดรินโปเชเป็นวัดพุทธทิเบตไม่กี่แห่งในรัสเซียที่ยังเหลืออยู่

ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: รถมินิแวนสาย 97 (ในราคาเดียว 20 รูเบิล) ป้ายรถเมล์อยู่ทางขวาห่างจากหน้าโรงแรม Baikal Plaza ราว 30 เมตรที่บริเวณจัตุรัส Sovetoy (ใกล้กับอนุสาวรีย์เลนิน) นั่งราว 20 นาทีลงที่ป้ายสุดท้ายทางเข้าวัดจะอยู่ทางขวามือ
ถ่ายรูป: ถ่ายรูปภายในอาคารศาลาวัดมีค่าทําบุญวัด 100 รูเบิล (มีกล่องรับบริจาคอยู่ด้านใน) ขึ้นป้ายใกล้โรงแรม Baikal Plaza

วิหารโอดิกเทรียฟสกี 0digitrievsky Cathedral 

หน้าวัดรินโปเช มีรถมินิแวนจอดอยู่เพียบ แต่ยังมีโบสถ์อีกแห่ง คือ วิหารโอดิเทรียฟสกี (Odigitrievsky Cathedral) ที่ห่างศูนย์กลางเมืองไปเสียหน่อย อย่ากระนั้นเลยรีบนั่งรถไปกันดีกว่า หลังจากถามคนขับ ทุกสายก็ชี้มาที่สาย 97 ให้เข้าเมืองตามเดิมเหมือนขามา มาลงในเมืองตรงจัตุรัสเลนินป้าย เดิมใกล้โรงแรม Baikal Plaza แล้วขึ้นมินิแวนสาย 3 ไปแป๊บเดียวก็ถึงค่ะ

วิหารโอดิเทรียฟสกีหรือ Hodigitriya cathedral สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1741-1785 ชื่อของวิหารตั้งตามภาพศักดิ์สิทธิ์ the icon of Odigitry’s God Mother ส่วนวิหารมีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นสิ่งก่อสร้างจากหินแห่งแรกในเมืองอูลันดูเดในสไตล์ Siberian baroque ภายในมีฉากศักดิ์สิทธิ์สูง 4 ชั้น 8 แถวแต่ละช่องจะมีรูปภาพของพระเยซูพระแม่มารีและอัครสาวก

แต่ในช่วงการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ โบสถ์ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ บูเรียตียาแทนตั้งแต่ ค.ศ.1929 จนกระทั่งเกิดการล่มสลายของสหภาพโซเวียตจึงกลับมาใช้งานเป็นโบสถ์ ของศาสนาคริสต์รัสเซียนออร์โธดอกซ์อย่างตามเดิม

เป็นที่น่าเสียดายเล็กน้อยตรงที่โบสถ์อยู่ในช่วงปรับปรุงภายใน แต่สามารถเดินดูบริเวณภายนอกได้ แต่อย่างไรก็ตามบริเวณที่เดินตามถนนมายังโบสถ์ เราก็ได้เจอบ้านไม้เก่าแก่หลายหลัง แม้บางหลังจะดูร้างไปแล้ว แต่ก็ยังมีศิลปะงานไม้ฉลุที่ประณีตให้เห็นอยู่ และบางหลังก็ยังมีผู้พักอาศัยอยู่

ulan-ude

Note: หลังป้ายมินิแวนสาย 3 จะเจอร้านค้า ซึ่งแถวนี้ขายสินค้าจําพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า หมวก ลักษณะเป็นห้องเล็กๆ มีจํานวน ราว 20 ร้าน ขนาดไม่ใหญ่มากนัก สินค้าจะคล้ายๆ กับสินค้าตามตลาดนัดทั่วไปในเมืองไทย ถ้ามีเวลาเหลือค่อยแวะก็ได้

ย่านโบราณ Ulan-Ude wooden historic center

ย่านเก่าแก่โบราณใกล้กับวิหารโอดิเทรียฟสกีเต็ม ไปด้วยบ้านเรือนทําจากไม้บ้างก็ทาสีฟ้าขาวเขียวสลับกัน ลวดลายแกะสลักฉลุตามขอบหน้าต่างไม้ เชิงชายหลังคา บ้าน ขอบประตูล้วนมีลวดลายอ่อนช้อยน่าสนใจ แม้บาง หลังจะดูร้างผู้คนและทรุดโทรมตามกาลเวลาแต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมืองอูลันดูเด

จากแถวหน้าวิหารโอดิเทรียฟสกีให้เดินข้ามถนนไปมีรถเมล์สาย 3 จอดคอยอยู่ ใกล้ๆวิหาร แต่ตอนขามากลับให้เราลงตรงตลาดนัดแทนแล้วเดินเอา ซึ่งระหว่างทางเดินเป็นย่านบ้านเก่าให้ชมก็ยังคุ้มค่าดูเพลินๆ คราวนี้เรานั่งรถเมล์กลับเข้าใจกลางเมืองอีกที เพื่อเดินเล่นและหาอะไรทานด้วยส่วนป้ายที่ลงคือแถวโรงแรม Baikal Plaza ที่เมื่อเช้านั่งรถมินิแวนนั่นแหละ ลงปับเจอร้านไอศกรีมสัญชาติรัสเซีย

ไอศกรีมขายเป็นสคูป มีหลายรสตามป้าย คือ พวกราสเบอรี เมลอน ช็อคโกแลต สตรอเบอรี่ กาแฟและอื่นๆ ตักราคาสคูปละ 100 รูเบิล ดูป้ายแล้วชี้บอกคนขายเลย แต่เธอไม่พูดอังกฤษนะแต่หน้าตาน่ารักสไตล์รัสเซีย

ulan-ude

เวลาทำการ: 08.00-16.00 น.
การเดินทาง: รถเมล์สาย 3 และจุดที่ลงต้องเดินผ่านย่านตลาดแนวจตุจักรเล็กๆไปด้านหลังจากนั้นเดินเลียบถนนขนาด 2 เลนระหว่างนี้จะผ่านย่านบ้านเก่าแก่โบราณ ที่มีลวดลายการฉลุไม้ทํากรอบหน้าต่าง อย่างสวยงาม เดินราว 200 เมตร โบสถ์จะอยู่ทางซ้ายมือ

โรงละคร
Buryat State Academic Opera and Ballet Theatre

ส่วนหนึ่งของฐานรากอาคารถูกสร้างโดยเชลยทหารญี่ปุ่นที่พ่ายแพ้จากสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใช้การแสดงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1952 เป็นเพียงโรงละครเดียวที่อยู่ในแถบไซบีเรีย ตะวันออกนี้รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบสตาลินที่เน้นความโอ่อ่าน่าเกรงขาม บริเวณทางเข้าส่วนผนังอาคารด้านนอกตรงเหนือหน้าต่างจะมีแผ่นจารึกสุนทรพจน์ของเลนินประดับไว้และหน้าจั่ว ส่วนบนสุดของอาคารด้านหน้ามีรูปปั้นประดับเป็นชาย และหญิงถือธงกําลังควบม้ามีความหมายว่า “ชาวบูร์ยัตก้าวเข้าสู่ยุคใหม่” ออกแบบโดยศิลปิน A. Timin

ตารางเวลาน้ำพุประกอบเสียงดนตรี โรงละครแห่งนี้จัดการแสดงบัลเลต์และโอเปร่าโดยคณะนักแสดงจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีชื่อเสียงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน ผู้คนดูจะชื่นชอบการแสดงไม่น้อย ชาวเมืองอูลันดูเดต่างแต่งกายในชุดสวยงามบ้างก็อยู่ในชุดพื้นเมืองมายืนรอโรงละครเปิด แต่น่าเสียดายจุดขายตั๋วไม่อยู่ในโรงละครและการซื้อผ่านหน้าเว็บมีแต่ภาษารัสเซียและต้องกรอกรหัสเบอร์โทรศัพท์ขึ้นต้นด้วย +7 เพื่อรับ SMS แต่กระนั้นเลยการมาเดินเล่นในบริเวณหน้าโรงละครก็ไม่เสียเปล่า เพราะตรงหน้าโรงละครมีน้ำพุดนตรีขนาดใหญ่ที่จะบรรเลงเพลงคลาสสิกพร้อมสายน้ำตามรอบเวลาด้วย ชาวเมืองนิยมมาเดินเล่น นั่งพักผ่อนกันแถวๆน้ำพุ เวลาที่สายน้ำพุพุ่งเป็นสายม่านมีสิทธิ์เปียกเลยถ้ายืนใกล้ๆ

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet