ประตูชัยพระเจ้าซาร์ สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งอูลัน-อูเด

ประตูชัยพระเจ้าซาร์

ประตูชัยพระเจ้าซาร์ Tsar’s Triumph Gates

สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 2006 เพื่อทดแทนของเก่าทําจากไม้ที่ถูกทําลายในช่วงยุคคอมมิวนิสต์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่มกุฎราชกุมารนิโคลัสที่ 2 (ภายหลังขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าซาร์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โรมานอฟ) ทรงเสด็จมาเยือนเมือง Verkhneudinsk ชื่อเก่าของเมืองอูลันดูเด) ในระหว่างการสร้างเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย จากเมืองวลาดีวอสต็อคไปยังเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปี ค.ศ.1891 ส่วนด้านบนสุดตรงกลางของประตูชัยเป็นตราสัญลักษณ์นกอินทรี 2 หัว

ไม่ห่างจากประตูชัยมากนักมีประติมากรรม “The Rod of God of Commerce, mercury and cornucopia” สร้างในปี ค.ศ.1790 โดยประติมากร A. M. Mironov มีลักษณะเป็นแท่งหินอ่อนสีขาวตรงกลางมีรูปปั้นงูสองตัวทําจากทองสัมฤทธิ์ที่พันเป็นเกลียว ที่พื้นล่างตัวมีแตรทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่วางอยู่ เชื่อกันว่าถ้าใครโยนเหรียญเข้าปากแตรได้ก็จะได้กลับมายังเมืองนี้อีกครั้ง ใครอยากทดสอบต้องไปลองโยนเหรียญกันดู และถ้าสังเกตุดีๆ สัญลักษณ์นี้ก็ปรากฏอยู่บน Coat of arm และธงของเมืองอูลันดูเดด้วยเหมือนกัน

สัญลักษณ์งูพันไม้เท้าน่าจะเคยผ่านตาใครมาหลายคนเพราะมักถูกใช้เป็นตราประจําองค์กร สาธารณสุข หรือตราคณะแพทยศาสตร์ โดยจะมีความหมายแตกต่างกันตามตํานานเทพเจ้ากรีก คือ งูตัวเดียวพันเป็นเกลียวรอบไม้เท้า หมายถึง การแพทย์และการรักษารวมทั้งแสดงถึงจริยธรรม ของผู้เป็นแพทย์ หรืองูสองตัวพันเป็นเกลียวรอบไม้เท้าหมายถึงสันติภาพการเจรจาและการทูต

ถนนคนเดินเลนิน Lenin Avenue

ถนนคนเดินเลนินหรือเรียกอีกชื่อว่า Buryat Arbat เพื่อให้คล้ายกับถนนอารบัตที่มอสโคว ตั้งต้นจากประตูชัยพระเจ้าซาร์ทางทิศใต้เมื่อเดินไปเรื่อยๆ จะถึงวิหารโอติกเทรียฟสกีกนนเส้นนี้ยาวราว 1 กิโลเมตร สองฟากฝั่งเป็นตึกร้านอาหาร ร้านค้าของแบรนด์เนม ร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ และยังมีแผงขายของที่ระลึก ของแฮนด์เมดตามมุมต่างๆของถนน เรายังสามารถพบเห็นนักดนตรีเปิดหมวก ถนนสายนี้จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว และชาวเมืองก็นิยมมาเดินเล่นกันไม่ใช่น้อย ขณะเดียวกันกลางถนนยังมีประติมากรรม น้ำพุหลายจุด นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมรูปปั้นตามมุมต่างๆ ให้เดินเล่นชมกันเพลินๆ หนึ่งในนั้นคือรูปปั้นของนักเขียนชื่อดัง Anton Chekhov ที่นั่งรอให้เราไปเซลฟี่ข้างๆด้วย

ประตูชัยพระเจ้าซาร์

ควาส Kvas : KBac

เครื่องดื่มยอดนิยมชาวรัสเซียในหน้าร้อนที่น่าแวะชิมดู เป็นเครื่องดื่มของชนชาติสลาวิกและชาว บอลติกทํามาจากแป้งข้าวไรย์หมักคล้ายเหล้าแต่มีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยมากเพียง 0.5-1% และมีหลายรสชาติ เช่น สตรอเบอรี่ รัม มินต์ บรรจุในถังเหล้าไม้ขนาดใหญ่บนรถเข็นคล้ายเกวียน เวลาขาย จะมีขวดให้เลือกไซส์หรือแบบแก้ว ถ้าเลือกได้แล้วคนขายจะเอาภาชนะที่เลือกไปรองจากก๊อกของถังเหล้าโดยตรง จากที่สังเกตมาคนรัสเซียเข้าแถวยาวเฟื้อย จนต้องเอะใจว่าเขาซื้ออะไรกัน ขายดีขนาดนั้นเชียว ตามประสาไทยมุงเลยต้องต่อเข้าคิวบ้าง ขอแนะนํา ว่าลองแก้วเล็กสุดก่อน เพราะรสชาติบอกก่อนเลยว่าแปร่งๆ ถ้าถูกปากค่อยซื้อขวดใหญ่อีกทีก็ได้

อนุสาวรีย์ผู้ต่อสู้พลีชีพเพื่อการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์
The memorial to fighters for communism

อนุสาวรีย์ผู้ต่อสู้พลีชีพเพื่อการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ในช่วงปี ค.ศ. 1918-1920 ถูกออกแบบโดย N.A. Kotoy เดิมตั้งอยู่บริเวณ Soviet Square แต่ภายหลังในปี ค.ศ.19 จึงถูกย้ายไปตั้งไว้ที่ Revolution Square ตัวอนุสาวรีย์ลักษณะเป็นเสาหินแกรนิตสแดงทอง สอบแคบตรงปลายที่ปลายยอดประดับด้วยรูปสัญลักษณ์ดวงดาวค้อนและเดียว

สวนแห่งชัยชนะ
Victory Park

ภายในสวนเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ยุทโธปกรณ์ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่ประดับรายชื่อและใบหน้าเหล่านายทหารหาญกล้าที่เข้าร่วมรบในสงครามโลกอยู่บนป้าย โลหะนูนสัมฤทธิ์บนกําแพงขาว ส่วนตรงกลางอนุสรณ์มีการจุดเปลวไฟแห่งนิรันดร์เพื่อเชิดชูเหล่านายทหารที่สละชีพ โดยจะยังพบเห็นดอกไม้ และพวงมาลาสดที่ผู้คนนํามาวางไว้อาลัย เมื่อเรามองขึ้นไปด้านบนจะเห็นรถถังขนาดใหญ่โมเดล T-34-85 ค.ศ.1969 ที่ผ่านการศึกสงครามตั้งตระหง่านเป็นที่น่าเกรงขาม บริเวณโดยรอบยังมีน้ําพุและสวนดอกไม้ที่ชาวเมืองนิยมมาเดินเล่น พักผ่อน นั่งคุยกันอยู่โดยทั่วไป และด้านหน้าสวนยังเป็นบริเวณจุดจอดรับส่งผู้โดยสารของรถราง (Tram) อีกด้วย

รูปปั้น Mother Buryatia

ผลงานประติมากรรมของ Alexander Mironoy สร้างในปี ค.ศ. 2002 ตั้งอยู่ใกล้กับสะพาน Selenginsky อนุสาวรีย์มีความสูง 16 เมตร นับได้ว่าเป็นอนุสาวรีย์ สูงที่สุดในเมือง รูปปั้นทําจากทองสัมฤทธิ์ในท่วงท่าถือ ผ้าคาดัค (khadak) ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมเช่นเดียวกับ ชาวมองโกเลีย เพื่อแสดงถึงการยินดีต้อนรับผู้มาเยือน เมืองอูลันดูเด เราจะเห็นอนุสาวรีย์นี้ตอนที่นั่งรถมินิ วนสาย 130 ออกนอกเมืองไปวัดอีฟวอลกินสกี้ ดัตสัน

วิหาร Iris Itygel Khambin

ภายในสงบเงียบแม้ว่าจะมีผู้คนจํานวนมากมายเข้าไปกราบไหว้ตรงกลางห้องมีพระลามะ Dashi-Dorzho ltigelov สภาพร่างกายของท่านยังนั่งในท่าขัดสมาธิภายในตู้กระจกสามารถเข้าไปชมใกล้ๆได้ผิวหนังจะเหลืองซีดแต่เป็นมันคล้ายมีแว็กซ์เคลือบทับ ลักษณะโครงสร้างโดยรวมจะค่อนข้างสมบูรณ์ทําให้นึกภาพคล้ายๆ อาจารย์ใหญ่ตอนเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ปี 2 ส่วนบริเวณรอบข้างจะเป็นแท่นบูชาประดับพระพุทธรูปกงล้อมนต์ ภาพเขียนสีทังกา

ตรงไปให้ถึงศาลาหลังเล็กสีเหลือง ภายในมีหินก้อนใหญ่ ด้านบนเหนือก้อนหินเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธองค์เล็ก 1 องค์ ทุกคนต้องพยายามควบคุมทิศทางในระยะ ทางราว 30 เมตร เพื่อไปสัมผัสก้อนหินศักดิ์สิทธิ์นั้นให้ได้ บ้างที่ออกนอกลู่นอกทาง ก็จะมีแรงเชียร์คอยบอกทิศทางให้ด้วย และสําหรับเราเมื่อมาถึงแล้วจะพลาดได้อย่าง แม้ไม่รู้ความหมายแต่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวกับความศักดิ์สอ ความสมหวังในสิ่งที่อธิษฐานไว้

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet