ท่าเรือซังต์เพาลี St. Pauli Landungsbrucken

10 สถานที่ท่องเที่ยวประจำ HAMBURG เมืองท่าแห่งเยอรมนีตอนเหนือ

วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปชม 10 สถานที่ท่องเที่ยวประจำ HAMBURG เมืองท่าแห่งเยอรมนีตอนเหนือ ที่รับรองว่าสวยไม่แพ้เมืองอื่นๆในยุโรปแน่นอน

1. ซังต์มิคาเอลิสเคียร์เค่อ St. Michaeliskirche

St. Michael's Church

ตั้งอยู่บนถนนลุดวิกแอร์ฮาร์ด (Ludwig-Erhard Strasse) ชาวเมืองเรียกโบสถ์นี้สั้นๆว่า “มิเชล” ตามชื่อนักบุญไมเคิลผู้ถือว่าเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์เมือง หลังที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ปี 1751-1762 ในสไตล์บารอคภายหลังจากถูกทําลายไปหลายครั้ง มีรูปปั้น มาร์ติน ลูเธอร์ นักปฏิรูปศาสนาอยู่ข้างทางเข้า ภายในมีสิ่งของตกแต่งมากกว่าโบสถ์โปรเตสแตนท์ แห่งอื่นที่เคยเห็นมาที่ส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่าย ไร้สิ่งหรูหราฟุ่มเฟือย มีบันได 442 ขั้น และลิฟต์พาขึ้นไปยังยอดหอระฆังสูง 132 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์ด้านบนได้ ด้วยความโดดเด่นของหอคอยที่มีหน้าปัดนาฬิกาเรือนใหญ่ โบสถ์แห่งนี้จึงถือเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของฮัมบูร์ก และชาวเมืองยังนิยมมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่อีกด้วย

ด้านหลังโบสถ์ยังมีสถานที่น่าแวะไปเยือนคือ คราเมอร์อัมท์สตูเป็น (Krameramtstuben) ห้องแถว หลังคาหน้าจั่วขนาด 2 ห้องสูง 2 ชั้น เป็นที่ตั้งแกลเลอรี ร้านอาหาร และร้านขายสินค้าหัตถกรรมของที่ระลึกของพื้นเมือง ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งสมาคมแม่ม่ายที่ได้รับทั้งเงินอุดหนุนและที่พักระหว่างปี 1676-1969 ก่อนถูกยกเลิกไปในภายหลัง

2. พิพิธภัณฑ์บรามส์ Brahms Museum

พิพิธภัณฑ์บรามส์ Brahms Museum

ตั้งอยู่บนถนนลุดวิกแอร์ฮาร์ด ในตําแหน่งที่ใกล้เคียงกับบ้านเกิด “โยฮันเนส บรามส์” (Johannes Brahms : 1833-1897) ตัวบ้านสร้างขึ้นมาใหม่หลังได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดในปี ค.. 1943 เพื่อเป็นการระลึกถึงเขาผู้นี้ที่เป็นชาวฮัมบูร์ก แม้ว่าผลงานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่เกิดจากทํางานในกรุงเวียนนาก็ตาม ภายในมีจัดแสดงเรื่องราวและผลงานของนักดนตรีผู้ได้รับฉายาว่า “แสง สุดท้ายแห่งดนตรีคลาสสิก” ก่อนเข้าสู่ยุคดนตรีสมัยใหม่ โดยผล งานของบรามส์โดดเด่นในเรื่องความโรแมนติกและเข้ากับยุคสมัย

เวลาเปิด : 10.00-17.00 . ปิดวันจันทร์, 24-25 .. และ 1 ..

ค่าเข้าชม : 9 ยูโร

www.brahms-hamburg.de

3. โยฮันเนส บรามส์ Johannes Brahms

โยฮันเนส บรามส์ Johannes Brahms

บรามส์ เป็นชาวเมืองฮัมบูร์กโดยกําเนิด ความสามารถทางดนตรีเริ่มฉายแววตามรอยบิดาของเขาซึ่งเป็นนักดนตรี เมื่ออายุได้ 13 ปี เขาก็ได้เล่นเปียโนในผับแห่งหนึ่งที่ฮัมบูร์ก และมีโอกาสเปิดการแสดงที่เวียนนาเมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิก

ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังทำให้บรามส์ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทายาททางดนตรีของเบโธเฟน” ในปี 1876 ได้ประพันธ์เพลงซิมโฟนีบทแรกสําเร็จ และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเพลงซิมโฟนีบทที่ 10 ของเบโธเฟน แม้งานของเขาได้รับอิทธิพลจากศิลปินรุ่นพี่อย่างเบโธเฟนและบาค งานที่สร้างสรรค์ออกมาอย่างมากมายต่างมีชื่อเสียงในวงการ เป็น 1 ใน 3 นักดนตรีคลาสสิกผู้ยิ่งใหญ่ของโลกที่รู้จักกันในชื่อ 3Bs ซึ่งก็คือ Bach, Beethoven และ Brahms นั่นเอง

4. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮัมบูร์ก Museum für Hamburgische Geschichte

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮัมบูร์ก Museum für Hamburgische Geschichte

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮัมบูร์กแห่งนี้มีของเก่าของสะสมตั้งแต่ปี 1839 จัดแสดงให้ชม ชิ้นส่วน ของอาคารเก่าของเมืองที่ถูกทําลายไปจนถึงแบบจําลองเรือและประวัติศาสตร์ของเมืองที่เติบโตมาจากการเป็นเมืองท่าขนส่งสินค้า

เวลาเปิด : 10.00-17.00 . ปิดวันอังคาร เสาร์อาทิตย์ เปิดถึง 18.00 .

ค่าเข้าชม : 9.5 ยูโร การเดินทาง : U3 สถานี St.Pauli

www.hamburgmuseum.de

5. ท่าเรือซังต์เพาลี St. Pauli Landungsbrucken

ท่าเรือซังต์เพาลี St. Pauli Landungsbrucken

การเดินทาง : S1, S3 สถานี Landdungsbrucken / U3 สถานี Landdungsbrucken

การเดินทางไปท่าเรือซังต์เพาลีทําได้ด้วยการนั่งรถไฟ U-Bahn หรือ S-Bahn ไปยังสถานี Landdungsbrucken พอไปถึงจะเห็นเรือน้อยใหญ่จอดเรียงรายเทียบท่าอยู่เต็มไปหมด โดยมีตึกหินทรายเป็นที่ทําการของท่าเรือ ภายในมีศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวรวมทั้งเป็นจุดนัดพบของบรรดารถซิตี้ทัวร์หรือทัวร์ล่องแม่น้ำเอลเบอรวมตัวกันอยู่ที่นี่ บรรยากาศจึงคักคักจอแจไปด้วยนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงสายๆไปจนถึงมืดค่ำ

ปัจจุบันท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้ย้ายออกไปริมแม่น้ำเอลเบอนอกชานเมืองแล้ว ท่าเรือแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปโดยปริยาย นอกจากเรือโดยสารและเรือนําเที่ยวมากมายหลายเจ้าแล้วยังมีเรือโบราณที่ปลดประจําการจอดเทียบท่าเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่หลายลํา คือ

Cap San Diego อดีตเรือขนสินค้าต่อขึ้นเมื่อ ปี 1942 สามารถบรรทุกสินค้าได้กว่า 10,300 ตัน มีภารกิจขนส่งสินค้าจากท่าเรือฮัมบูร์กไปยังทวีปอเมริกาใต้กว่า 120 เที่ยว ทําหน้าที่อยู่ 20 ปีก่อน ปลดระวางแล้วนํามาจอดไว้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีเรือใน ตระกูล Cap นี้อีก 5 ลํา ได้แก่ Cap San Antonio, Cap San Augustin, Cap San Lolenzo, Cap San Marco และ Cap San Nicolas ซึ่งตั้งตามชื่อนักบุญคนสําคัญนั้นเอง (www.capsandiego.de)

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 .

ค่าเข้าชม : 7 ยูโร

6. Rickmer Rickmers

Rickmer Rickmers

เรือใบสามเสาคันงามจอดอยู่ข้างเรือ Cap San Diego ลํานี้ต่อขึ้นเมื่อปี 1896 โดยบริษัทเดินเรือริคเมอร์ที่ท่าเรือเบรเมอร์ฮาเฟนใช้ขนส่งสินค้าไปยังโลกตะวันออกปลายทางที่เกาะฮ่องกง แต่เมื่อถึงปี 1912 มีการเปลี่ยนเจ้าของจึงใช้เดินทางไปยังชิลี จากนั้นได้ตกไปเป็นสมบัติของทั้งอังกฤษ โปรตุเกส ก่อนที่เยอรมนีซื้อกลับมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1983 เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและบางส่วนจัดเป็นภัตตาคาร

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 .

ค่าเข้าชม : 5 ยูโร

เรือดําน้ำ U-434 เรือดําน้ำของอดีตสหภาพโซเวียต ต่อขึ้นเมื่อปี 1967 แล้วส่งเข้ามาปฏิบัติภารกิจลับในน่านน้ำเยอรมนี้ในช่วงสงครามเย็น (..1947-1991) นํามาจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี 2002 ถ้าอยากรู้ว่าภายในเรือดําน้ำเป็นอย่างไรก็ต้องลองแวะเข้าไปชมดู

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.00-20.00 . วันอาทิตย์ เปิด 11.00 .

ค่าเข้าชม : 9 ยูโร

7. ตลาดปลา Fischmarkt

ตลาดปลา Fischmarkt

มีลักษณะเป็นอาคารอิฐแดงสร้างเมื่อปี ค.. 1703 ในอดีตเป็นแหล่งซื้อขายปลาและผลผลิตจากท้องทะเลที่คึกคัก ปัจจุบันบรรยากาศแบบนั้นหาได้เฉพาะในเช้าวันอาทิตย์เท่านั้น นอกจากตลาดซื้อขายปลาแล้วยังมีแผงขายผักผลไม้รวมทั้งข้าวของสารพัดหรือของที่ระลึกวางขายด้วย รวมทั้งแผงขายอาหารเช้าง่ายๆจําพวกกาแฟ ขนมปัง ไส้กรอก และเบียร์ บรรยากาศการซื้อขายคึกคักยิ่งขึ้นเมื่อใกล้ถึงเวลา 10.00 . พ่อค้าแม่ขายมักเลหลังสินค้าของตัวเองให้หมดก่อนตลาดวาย

8. ล่องเรือชมวิวแม่น้ำเอลเบอ Elbe River Cruise HADAG

ล่องเรือชมวิวแม่น้ำเอลเบอ Elbe River Cruise HADAG

ขึ้นเรือได้ที่ท่า Landungsbrucken หรือท่า Fischmarkt ผู้ใช้ Day Pass/Hamburg Card สามารถ ใช้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำนี้ได้ด้วย โดยเป็นเรือของบริษัท HADAG ซึ่งเป็นเครือข่ายระบบขนส่ง มวลชน HW ของฮัมบูร์ก แต่ถ้าเป็นเรือของบริษัทอื่นต้องจ่ายค่าโดยสารเอง

เรือโดยสารสายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวก็คือสาย 62 ออกจากท่า Landungsbrucken (บางเที่ยวเริ่มจากท่า Sandtorhof) ผ่านท่า Altona/Fischmarkt Dockland ไปจนถึงท่า Finkenwerder ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง หากจะไปต่อยังมีสาย 64 แล่นต่อไปจนถึง Teufelbruck ระหว่างทางจะเห็นอาคารบ้านเรือนริมแม่น้ําตั้งอยู่เรียงราย เรือขนสินค้า เรือสําราญจอดเทียบท่าให้นักท่องเที่ยวแวะลงเยี่ยมชมเมืองฮัมบูร์ก

สาย 61 จากท่า Landungsbrucken แยกออกไปยัง ท่า Neuhof ย่านชุมชนริมแม่น้ำเอลเบอฝั่งใต้ หรือนั่งสาย 73 ลัดเลาะไปตามลําคลองเล็กๆ ชมอาคารบ้านเรือนสวยๆริมสองฝั่งน้ำก็ยังได้ สามารถวางแผนการเดินทางและตรวจสอบตารางเวลาได้ที่เว็บไซต์ www.hadeg.de

9. ฮาเฟินซิตี้ Hafencity

ฮาเฟินซิตี้ Hafencity

คือบริเวณโกดังเก็บสินค้าของท่าเรือเก่า ชื่อเดิมคือย่านชไปเชอร์ชตัดท์ (Speicherstadt) ได้รับการพัฒนาให้เป็นย่านทันสมัยภายใต้ตึกรามแบบเดิม คือ โกดังอิฐแดงแบบนี้โอโกธิค และบ้านเรือนแบบบารอคของพ่อค้าที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งคลองแคบๆ ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ ร้านกาแฟ หอศิลป์ และร้านค้าสมัยใหม่ในตึกเก่าให้เดินชมกันได้อย่างเพลิดเพลินไปตามทางเดินยกระดับเหนือลําคลอง

10. ย่านโลกีย์ Reeperbahn

ย่านโลกีย์ Reeperbahn

ถนนรีเพอร์บานในย่านซังต์เพาลีถือกําเนิดเกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ได้ชื่อมาจาก “เรเพอร์” ในภาษาเยอรมันแปลว่าคนทําเชือก เป็นโรงงานผลิตเชือกเพื่อใช้กับเรือใบ ด้วยทําเลที่ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือและตลาดปลา บรรดาชาวเรือที่เดินทาง กลับเข้าฝั่งมักมาหาความสําราญสังสรรค์กันตามผับบาร์บนถนนเส้นนี้ ต่อมาจึงมีสํานักนางโลมเกิดขึ้นตอบสนองชายหนุ่มกลัดมันเหล่านี้

ตลอดแนวถนนยาวกิโลเมตรเศษเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านเหล้า ผับบาร์ที่มีโชว์ระบําเปลื้องผ้า เซ็กซ์ช้อป โรงหนังโป๊ (Kino) โดยเฉพาะตรงซอยโกรสเซอไพรไฮท์ (Grosse Freiheit) มีร้านดังกล่าวอยู่หนาแน่นที่สุด ส่วน “ประตูเหล็ก” บนถนนแฮร์แบร์ทสตราสเซอ (Herbertstrasse) เบื้องหลังประตูเหล็กผุๆเรียงรายไปด้วยนวลนางในตู้กระจก อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรต้องเข้าไปดูกันเอาเองแล้วล่ะ