COLOGNE โคโลญ

COLOGNE เมืองแห่งมหาวิหาร Kölner Dom แลนด์มาร์คที่นักเดินทางห้ามพลาด

โคโลญ หรือ Koln (เคิล์น) ในภาษาเยอรมัน ชื่อเมืองตั้งตามพระนาม โคโลเนีย อะกริปปา พระชายาองค์ที่ 3 ในจักรพรรดิเคลาดิอุสแห่งอาณาจักรโรมันที่ได้แผ่ขยายอาณาเขตสร้างเมืองโรมันขึ้นที่นี่เมื่อปี ค..51 โคโลญจึงเป็นอดีตเมืองโรมันเพียงไม่กี่แห่งในเยอรมนี ในอดีตมีความมั่งคั่งทั้งในด้านการค้า ศิลปะวิทยาการ และศูนย์กลางทางศาสนา

COLOGNE โคโลญ

COLOGNE โคโลญ

ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ในเขตรัฐ Nordrhein-Westfalen ทางตะวันตกของประเทศ ติดเขตประเทศเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ เมื่อนั่งรถไฟข้ามสะพานโฮเฮนซอลเลิร์นไปจะเห็นสิ่งก่อสร้างใหญ่โตที่สุดในเมือง นั่นก็คือ มหาวิหารโคโลญ (Koln Dom) ตั้งตระหง่านสูงเด่นด้วยยอดหอคอยคู่ปลายแหลมอยู่ข้างสถานีรถไฟหลักของเมือง เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในการมาเยือนโคโลญ ใจกลางเมืองมีถนนช้อปปิ้ง อาคารบ้านเรือนเก่ารอบจัตุรัสอันมีสีสัน หาซื้อน้ำหอมโคโลญและจิบเบียร์เคิช (Kolsch) รสนุ่ม เป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากเมืองน้ำหอมเยอรมันแห่งนี้

www.cologne-tourism.com

เดินทางไปโคโลญ

จากเบรเมิน รถไฟ ICE ถึงสถานี Koln HBF ประมาณ 3 ชั่วโมง

จากแฟรงค์เฟิร์ต รถไฟ ICE ถึงสถานี Koln HBF ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

จากกรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ รถไฟ ICE ขบวนระหว่างประเทศมายังโคโลญใช้เวลา 3 ชั่วโมง

สถานี Koln HBF อยู่ติดกับมหาวิหารโคโลญ เมื่อไปถึงจึงเริ่มต้นเที่ยวชมเมืองโดยเริ่มต้นจากมหา วิหาร เที่ยวชมเมืองเก่า จัตุรัสกลางเมือง พิพิธภัณฑ์ เดินถนนช้อปปิ้งและสะพานโฮเฮนซอลเลิร์นได้ อย่างสบายโดยไม่ต้องใช้พาหนะใดๆ

มหาวิหารโคโลญ Kölner Dom

มหาวิหารโคโลญ Kölner Dom

มหาวิหารแห่งนี้ติดอันดับมหาวิหารใหญ่สุดในเยอรมนีเลยทีเดียว ใช้เวลาสร้างนานกว่า 700 ปี มีนัก ท่องเที่ยวแวะไปเยือนกว่าปีละ 6 ล้านคน มีหอคอยคู่ขนาดมหึมาสูงถึง 157 เมตร เป็นหอคอยโบสถ์สูงที่สุดในโลกเมื่อครั้งสร้างเสร็จ (ปัจจุบันความสูงเป็นรองแค่มหาวิหารเมืองอูล์ม (Ulm) ในรัฐ Baden Wurttemberg องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้มหาวิหารแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1996 พอออกจากสถานีโคโลญ เป็นต้องตะลึงกับสิ่งก่อสร้างสุดใหญ่โตอลังการตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

จากภายนอกเห็นสารพัดยอดปลายแหลมรายรอบอยู่ทุกด้านของมหาวิหารสไตล์โกธิค หินที่นํามาสร้างเป็นหินทรายขาว จึงเห็นรอยกระดํากระด่างตามกาลเวลา วิหารโคโลญเริ่มลงมือสร้างครั้งแรกเมื่อปี 1164 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานแท่นบูชาสามกษัตริย์ (Drie Konige, Three Magi : กษัตริย์สามองค์ในพระคัมภีร์ไบเบิลตอนพระเยซูประสูติ)

หลังจากนั้นมีการบูรณะต่อเติมเรื่อยมาจนกลายเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ ส่งผลให้โคโลญกลายเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนา การค้าขายและศิลปะวิทยาการ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เมืองใหญ่อันดับสามรองจากปารีสและคอนสแตนติโนเปิล (อิสตันบูล) ส่วนหอคอยคู่สูงเสียดฟ้านั้นเป็นส่วนที่สร้างเพิ่มเติมเข้ามาภายหลังในปี 1330 อย่างไรก็ตามการก่อสร้างก็ไม่ได้ต่อเนื่อง ทั้งจากปัญหาด้านวิศวกรรมหรือสงคราม กว่าจะเสร็จกินเวลาอีกหลายร้อยปี ปัจจุบันยังมีการบูรณะซ่อมแซมส่วนต่างๆอยู่เป็นประจํา

การก่อสร้างครั้งใหญ่เริ่มในปี 1842 เมื่อกษัตริย์ฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 4 แห่งปรัสเซีย ได้ทรงวางศิลาฤกษ์ จนมาแล้วเสร็จในปี 1880 และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดปูพรมเมืองโคโลญราบเป็นหน้ากลอง แต่สิ่งก่อสร้างเพียงแห่งเดียวที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ก็คือมหาวิหารแห่งนี้ นั่นยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงพลังศรัทธาของเหล่าคริสต์ศาสนิกชนที่มีต่อพระเจ้า

ทางเข้าสู่มหาวิหารอยู่ทางด้านหอคอยคู่สูงมากจนต้องแงนดูแบบคอตั้งบ่า ประตูทางเข้าด้านทิศเหนือนี้มีชื่อว่า “ประตูปีเตอร์” ประดับด้วยรูปสลักนักบุญผู้เผยแพร่ศาสนา 12 ท่าน (12 Apostles) พอเข้าไป ข้างในเห็นเสากลางห้องโถงตั้งเรียงรายอาจทําให้รู้สึกว่าดูแคบไป แต่เมื่อเดินเข้าไปลึกๆ จะเห็นความโอ่โถงของห้องโถงกลาง (nave) ที่สูงถึง 43 เมตร แต่ละด้านมีกระจกสีบานใหญ่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาให้ได้ชม

สิ่งที่น่าชมของวิหารแห่งนี้ก็คือ แท่นบูชาสามกษัตริย์และโกศทองคําโบราณ สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรจุอัฐิของกษัตริย์ทั้งสาม นอกจากนั้นยังมี หอเก็บสมบัติ (Cathedral Treasury) มีทั้งสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ ไม้กางเขนแห่งเกโร รูปแกะสลักไม้พระเยซูถูกตรึงกางเขน เครื่องทอง หินล้ำค่า ภาพวาดและเอกสารบันทึกเรื่องราวสําคัญจากหลายศตวรรษ บนพื้นมีภาพกระเบื้องโมเสกที่ต่อเป็นลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะภาพใบหน้าของพระ ราชาคณะและรายชื่ออาร์ชบิชอป 25 พระองค์ นอกจากนี้ยังสามารถปีนขึ้นบันได 509 ขั้นขึ้นหอคอยฝั่งทิศใต้ชมทิวทัศน์เมืองโคโลญที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ได้อย่างกว้างไกล ด้านบนมีระฆังใบโตและรูปสลักด้านบนได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากยอดแหลมที่นับไม่ถ้วนแล้วยังมีตัวการ์กอยล์ (Gargoyle) หน้าตาแปลกๆคล้ายสัตว์หลายชนิดที่ทําเป็นรางระบายน้ำเหมือนกับโบสถ์โกธิคอีกหลายๆแห่ง เช่นโบสถ์นอเตรอดามในกรุงปารีส มหาวิหารเซนต์สเตฟาน ในกรุงเวียนนา หรือดูโอโมแห่งมิลาน

เวลาเปิด : ทุกวัน 6.00-21.00 . ฤดูหนาว เปิดถึง 19.30 . (อาจปิดช่วงที่มีการประกอบพิธี)

ค่าเข้าชม : โบสถ์ชมฟรี

หอเก็บสมบัติ 6 ยูโร เปิด 10.00-18.00 .

หอคอย 5 ยูโร เปิด 9.00-18.00 .

www.koelner-dom.de