สํารวจเมืองเก่าโคโลญ Köln Altstadt

COLOGNE แหล่งรวมพิพิธภัณฑ์ จัตุรัสอันมีสีสัน น้ำหอม และเบียร์เคิชรสนุ่ม

เที่ยวชมเมืองโคโลญ (Cologne) เยอรมนี ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของมหาวิหาร พิพิธภัณฑ์ จัตุรัสอันมีสีสัน น้ำหอม และเบียร์เคิชรสนุ่ม เรียกได้ว่ารวมไฮไลท์เด็ดที่ traveller ทั้งหลายต้องมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้

พิพิธภัณฑ์โรมันเจอร์มานิก Römisch-Germanisches Museum

พิพิธภัณฑ์โรมัน-เจอร์มานิก Römisch-Germanisches Museum

รวบรวมเรื่องราวทั้งที่เป็นวัตถุซากปรักหักพัง ข้าวของเครื่องใช้ สมบัติสูงค่า และภาพวิถีชีวิตที่บ่งบอกให้รู้ว่าโคโลญเมืองนี้เคยเป็นแหล่งอารยธรรมของชาวโรมันมาก่อน ตามประวัติศาสตร์บอกไว้ว่าชาวโรมันเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ 38 ปีก่อนคริสตกาลโน่นเลย จนกระทั่งจักรพรรดิเคลาดิอุสได้ก่อร่างสร้างเมืองโคโลเนียขึ้นในปี ค..51 ภายในเมืองมีทั้งฟอรัม (ตลาด) โรงอาบน้ำ โรงละคร วิหาร กําแพงเมือง และคฤหาสน์ตามแบบอย่างเมืองโรมันแห่งอื่น และนับว่าเมืองโรมันแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงโรมมากที่สุด เพราะพวกเขาไม่อาจแผ่ขยายดินแดนไปได้ไกลมากกว่านี้เนื่องจากมีแม่น้ำไรน์ขวางกั้นเอาไว้ และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อสร้างครอบพื้นโมเสกไดโอนีซอส (DionysOs) อันเป็นส่วนหนึ่งของห้องอาหารในคฤหาสน์โรมันแห่งหนึ่งตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 2

เวลาเปิด : อังคารอาทิตย์ 10.00-17.00 . วันพฤหัสสัปดาห์แรกของเดือน เปิดถึง 22.00 .

ค่าเข้าชม : 3 ยูโร

www.roemisch-germanisches-museum.de

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก Museum Ludwig

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก Museum Ludwig

อยู่ถัดจากพิพิธภัณฑ์โรมันเจอร์มานิก ภายในอาคารสมัยใหม่ที่ดูขัดกับมหาวิหารอย่างสิ้นเชิง เป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะตั้งชื่อตาม เพเทอร์ ลุดวิก (Peter Ludwig) เจ้าของโรงงานช็อกโกแลตและนักสะสม ผลงานศิลปะชาวเยอรมัน เขาได้มอบผลงานศิลปะยุคศตวรรษที่ 20 ให้เป็นสมบัติของเมือง มีภาพ วาดและงานประติมากรรมของศิลปินทั้งของเยอรมันและชาติอื่น อาทิ ดาลี ปีกัสโซ บราค วอร์ฮอล เป็นต้น นอกนั้นยังมีผลงานศิลปะของศิลปินยุคใหม่ ภายในอาคารเดียวกันยังเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ฟิล ฮาร์โมนีอีกด้วย

เวลาเปิด : อังคารอาทิตย์ 10.00-18.00 . ปิดวันจันทร์ วันพฤหัสสัปดาห์แรกของทุกเดือน เปิดถึง 22.00 .

ค่าเข้าชม : 11 ยูโร วันพฤหัสสัปดาห์แรกของทุกเดือน ค่าเข้าชมลดเหลือ 7 ยูโร

www.museum-ludwig.de

สะพานเหล็กโฮเฮนซอลเลิร์น Hohenzollernbrücke

สะพานเหล็กโฮเฮนซอลเลิร์น Hohenzollernbrücke

สะพานรถไฟทอดข้ามแม่น้ำไรน์อันกว้างใหญ่ ช่วงที่ไหลผ่านโคโลญแม่น้ำจะดูกว้างและตลิ่งก็สูง โดยแม่น้ำสายนี้มีความยาว 1,320 กิโลเมตร ถือเป็นแม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับ 3 ของยุโรปรองจากแม่น้ำโวลกา (3,690 กิโลเมตร) และแม่น้ำดานูบ (2,840 กิโลเมตร) มีต้นกําเนิดจากเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ ไหลผ่านออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส และไหลลงทะเลเหนือที่เนเธอร์แลนด์ โดยไหลผ่านเยอรมนีเป็นระยะทางยาวที่สุด

บนสะพานมีทางเดินเลียบทางรถไฟข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ เมื่อมองกลับมาจะเห็นหอคอยคู่ของมหาวิหารตั้งสูงโดดเด่นเป็นอีกหนึ่งมุมที่น่ามอง บนราวสะพานมีกุญแจที่บรรดาคนรักกันนําไปคล้องล็อกติดกันเต็มไปหมดแทบไม่มีที่ว่าง บริเวณเชิงสะพานมีอนุสาวรีย์ของกษัตริย์เยอรมันหลาย พระองค์ และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานเหล็กแห่งนี้ก็โดนถล่มพังลงไปกองในแม่น้ำเฉกเช่นเดียวกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ

สํารวจเมืองเก่าโคโลญ Köln Altstadt

สํารวจเมืองเก่าโคโลญ Köln Altstadt

เขตเมืองเก่าโคโลญอยู่ใต้มหาวิหารลงมา จากสะพานโฮเฮนซอลเลิร์นมีทางเดินเลียบแม่น้ำตามแนวกําแพงเมืองเก่า มีบ้านหลังคาหน้าจั่วสีสวยจากยุคกลางที่สร้างขึ้นมาใหม่ตั้งเรียงรายสลับกับ หอระฆังโบสถ์ ริมแม่น้ำเป็นท่าเรือเก่าปัจจุบันใช้เป็นท่าเรือล่องชมวิวแม่น้ำตรงข้ามท่าเรือคือ จัตุรัสฟิชมาร์ค (Fischmarkt) อดีตตลาดปลาที่แทบไม่เหลืออะไรให้เห็นแล้วนอกจากบ่อน้ำพุและตึกทรงหน้าจั่วสีหวาน

ส่วนหอคอยที่เห็นอยู่ด้านหลังนั้นเป็นหอระฆังโบสถ์ซังต์มาร์ติน (St.Martin) สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1170 แต่หลังที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในปี 1963 ในสไตล์โรมาเนสก์ภายหลัง ได้รับความเสียหายจากสงครามโลก เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของเขตเมืองเก่า ถนนแคบๆปูด้วยหินซึ่งหลงเหลือจากยุคกลางเป็นทางพาเข้าสู่ใจกลางย่านเมืองเก่า ผ่านผับบาร์ที่ตั้งอยู่เรียงรายไปจนถึง จัตุรัสตลาดเก่า (Alte Markt) รายรอบไปด้วยบ้านเรือนหลังคาหน้าจั่ว ชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหาร ผับบาร์ คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก บางหลังก็เป็นโรงแรม เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่คึกคักและเต็มไปด้วยสีสันในยามค่ำคืน

ศาลาว่าการเมือง Rathaus

ศาลาว่าการเมือง Rathaus

ศาลาว่าการเมืองหลังนี้โดดเด่นด้วยหอคอยอลังการตามแบบโกธิค ภายในมีหอประชุมทหรูหรา ชาวเมืองนิยมมาจัดงานเลี้ยงหรืองานแต่งงาน ถัดลงไปทางใต้จะถึงพิพิธภัณฑ์วัลล์ราฟริชาร์ทซ์ (Wallraf-Richartz Museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ได้รวบรวมผลงานของศิลปินยุคศตวรรษที่ 14-18 เอาไว้ให้ชม ที่คุ้นชื่อก็มี ดือเรอร์, เรมแบรนด์, รูเบนส์, เรอนัวร์, โมเน่ต์, มาเน่ต์, เดอกาสและพอล เซ ซานน์ เป็นต้น (เปิดอังคารอาทิตย์ 10.00-18.00 . วันพฤหัสสัปดาห์ที่ 1 และ 3 ของเดือนเปิดถึง 22.00 . ค่าเข้าชม 8 ยูโร เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.wallraf.museum)

ถนนช้อปปิ้ง Hohe Strasse

ถนนช้อปปิ้ง Hohe Strasse

ถนนช้อปปิ้งที่ตัดตรงลงมาจากมหาวิหาร สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า แฟชั่น เครื่องกีฬา เครื่องหนัง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของฝาก ของที่ระลึก และร้านแบรนด์เนมระดับโลก ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว ถือเป็นย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของเมือง เพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาวิหารและย่านเมืองเก่า แต่ถ้ามีเวลาอาจเดินเลยไปจนถึงถนน Schildergasse ทางใต้ หรือถนน Breite Strasse ที่แยกออกจากถนน Hohe ทางตะวันตก และถนน Glockengasse ที่อยู่ขนานกัน ถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งร้านน้ำหอมโคโลญ 4711 ซึ่งมีถิ่นกําเนิดเกิดขึ้นที่เมืองโคโลญแห่งนี้นั่นเอง

Tip
น้ำหอมโคโลญ 4711

น้ำหอมโคโลญ 4711

โคโลญเป็นถิ่นกําเนิดน้ำหอมโคโลญยี่ห้อ 4711 หลังจากที่ วิลเฮล์ม มูลเฮส (Mulhes) เป็นผู้ค้นพบสูตรลับเมื่อปี 1722 แล้วตั้งโรงงาน ผลิตน้ำหอมกลิ่นรัญจวนใจเรียกว่า Kolnish Wasser จนได้รับความนิยม แล้วตั้งชื่อยี่ห้อตามชื่อเมืองตามด้วยบ้านเลขที่อันเป็นที่ตั้งของโรงงาน ปัจจุบันร้าน 4711 Perfumery ตั้งอยู่บนถนน Glockengasse แต่ก็หาซื้อได้ตามร้านค้าหรือร้านขายของฝากทั่วไปในเมือง

เบียร์ Gaffel Kolsch

เบียร์ Gaffel Kolsch

เบียร์ยี่ห้อดังของเมืองก็คือ Gaffel Kolsch เป็นเบียร์รสนุ่มดีกรีไม่แรง หาดื่มได้ทั่วไปตามร้านอาหารลานเบียร์ทั่วไป หรือหาซื้อแก้วเบียร์ทรงสูงและที่เปิดขวดที่มีโลโก้ของเบียร์ยี่ห้อนี้เป็นของที่ระลึกสักชิ้นก็ได้เช่นกัน มีขายอยู่ตามแผงของที่ระลึกแทบทุกแห่ง

ส่วนผู้ที่พักอยู่โคโลญหลายวันอาจไปเที่ยวที่อื่นได้ไม่ว่าจะเป็น จัตุรัสตลาดใหม่ (Neumarkt) ตรงข้ามกับโบสถ์ซังต์อะโพสเทิร์น (St.Apostein) ว่ากันว่าเป็นโบสถ์สวยที่สุดในโคโลญ รวมทั้งโบสถ์ซังต์ อูร์ซูลา (St. Ursula) ทางเหนือสถานีรถไฟหลัก หรืออาจเลยไปถึง มีเดียปาร์ค (Mediapark) ศูนย์รวมความบันเทิงมีทั้งโรงภาพยนตร์ หอศิลป์ ภัตตาคาร และห้างสรรพสินค้า โดยทั้งหมดเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟใต้ดิน U-Bahn