BONN บอนน์

BONN เมืองเก่าบ้านเกิดของเบโธเฟน ยอดนักดนตรีอัจริยะ

บอนน์ เป็นเมืองหลวงเยอรมันตะวันตกระหว่างปี 1949-1990 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ ช่วงนั้นบอนน์ทําท่าว่าจะไปไกลจนถึงขั้นกลายเป็นเมืองใหญ่ทันสมัย ตึกสมัยใหม่ผุดขึ้นมากมาย เจ้าหน้าที่จากกระทรวงทบวงกรมต่างๆย้ายเข้ามาทํางานที่นี่ แต่เมื่อกําแพงเบอร์ลินพังทลายลงทั้งสองฝั่งรวมประเทศได้ บอนน์จําต้องคืนฐานะเมืองหลวงให้กับกรุงเบอร์ลินไปในปี 1991 ทําให้ปัจจุบันบอนน์ไม่ได้เป็นเมืองที่ใหญ่โตมากนักตามที่คาดการณ์กันไว้ อย่างไรก็ตามหน่วยงานราชการบางแห่งยังคงตั้งอยู่ที่นี่

BONN บอนน์

BONN บอนน์

บอนน์เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองบ้านเกิดของ “ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน” (Ludwig Van Beethoven . 1770-1827) นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อก้องโลก เมืองมหาวิทยาลัย ตําหนักของเจ้าอิเล็กเตอร์และเขตเมืองเก่าที่สวยงามไม่แพ้เมืองอื่นๆในเยอรมนี ดังนั้นหากได้ผ่านไปทางโคโลญกน่าแวะไปเยือน ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ฝั่งตะวันตก ห่างจากโคโลญลงมาเพียง 25 กิโลเมตรเท่านั้น การเดินทางทําได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟที่มีค่อนข้างถี่

www.bonn.de

เดินทางไปบอนน์

จาก Koln HBF นั่งรถไฟ IC, EC, MRB ไปยังสถานี Bonn HBF ใช้เวลา 20-30 นาที มีรถชั่วโมงละ 3-4 ขบวน

จากแฟรงค์เฟิร์ต มีรถไฟ IC, EC, ICE มายังบอนน์ บางเที่ยวอาจได้เปลี่ยนขบวนที่ Mainz HBF เมื่อไปถึงสามารถเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาหนะใดๆ

เมืองเก่าบอนน์ Bonn Altstadt

เมืองเก่าบอนน์ Bonn Altstadt

จากสถานีรถไฟบอนน์มุ่งหน้าไปทางตะวันออก ไม่กี่ก้าวก็จะถึง มีนสเตอร์พลัทซ์ (Munsterplatz) เป็นที่ตั้งมหาวิหารใหญ่แบบโรมาเนสก์ (Munster Basilica) อยู่กลางจัตุรัส หัวมุมทางเหนือมีอนุสาวรีย์ “เบโธเฟน” ตั้งตระหง่านบอกให้คนต่างถิ่นได้รู้ว่าที่นี่คือบ้านเกิดของเขา

ทางตะวันออกของจัตุรัสบนถนน Am Hof จะเห็นอาคารยาวใหญ่ของ Kurfurstliche Residen อดีตตําหนักที่ประทับของอาร์ชบิชอปแห่งโคโลญ เจ้าอิเล็คเตอร์ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกจักรพรรดิ เยอรมัน ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยบอนน์มาตั้งแต่ปี 1818 ทางด้านใต้ของอาคารนี้คือ ลานกว้างของสวนตําหนัก (Hofgarten) อีกฟากหนึ่งของสวนยังมี พิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Akedemisches Kunstmuseum เปิด 15.00-17.00 . วันอาทิตย์เปิด 11.00-18.00 . ค่าเข้าชม 3 ยูโร)

จากนั้นย้อนกลับไปทาง จัตุรัสตลาด (Marktplatz) จะเห็น ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Altes Rathaus) สไตล์บารอกสีชมพูตัดด้วยสีทองและเงิน กลางจัตุรัสมีบ่อน้ำพุโบราณจากยุคกลาง รายรอบไปด้วยอาคารร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม และร้านขายของที่ระลึก บางวันมีการจัดตลาดนัดกลางจัตุรัสด้วย โดยมีเหล่าวณิพกและนักดนตรีเร่เปิดการแสดงความสามารถอยู่ตามมุมต่างๆ สร้างความบันเทิงให้กับผู้ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี

บ้านเบโธเฟน Beethoven Haus

บ้านเบโธเฟน Beethoven Haus

เบโธเฟนลืมตาขึ้นมาดูโลกเมื่อปี 1770 ที่บ้านหลังนี้ ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขา ทั้งภาพวาด บทเพลง เครื่องดนตรี โดยเฉพาะเปียโนที่ทําขึ้นพิเศษสําหรับตัวเขาคนเดียวที่กรุงเวียนนา เนื่องจากเบโธเฟนมีปัญหาเรื่องการได้ยินและกลายเป็นนักดนตรีที่หูหนวกแบบสนิทไปในที่สุด พิพิธภัณฑ์บ้านเบโธเฟนหลังนี้เพิ่งได้รับการปรับโฉมใหม่และเปิดตัวอีก ครั้งเมื่อเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมานี่เอง

เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 .

ค่าเข้าชม : 9 ยูโร

www.beethoven.de

เบโธเฟน : ยอดนักดนตรีอัจริยะ

เบโธเฟน : ยอดนักดนตรีอัจริยะ

ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน เกิดที่กรุงบอนน์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1770 ณ บ้านเลขที่ 20 ถนนบอนน์กัสเซ่อ ฉายแววความเป็นอัจริยะทางดนตรีเมื่ออายุเพียง 8 ปี พออายุได้ 11 ปีก็สามารถเรียนรู้โน้ตเพลง ของ โยฮัน เซบาสเตียน บาค (1685-1750) ผู้ได้ฉายาว่าเป็นบิดาแห่งดนตรีคลาสสิก และสร้างผลงานชิ้นแรกออกมาได้สําเร็จ แต่พออายุย่างเข้า 26 ปี เบโธเฟนเริ่มมีปัญหาเรื่องการได้ยิน ถือเป็นข่าวร้ายสําหรับอาชีพนักดนตรีของเขาเลยที่เดียว

ถึงกระนั้นเขายังสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อีกหลายบทเพลงแม้กระทั่ง ในช่วงที่หูของเขาหนวกสนิท บทเพลงอันเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลังและมีชื่อเสียงโด่งดังได้แก่ ซิมโฟนีหมายเลข 3, ซิมโฟนีหมายเลข 5,6,7,9 เปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 4 และ 5 รวมทั้ง Moonlight Sonate เป็นต้น เบโธเฟนเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 56 ปีที่กรุงเวียนนา มีผู้คนร่วมพิธีศพมากกว่า 20,000 คน จึงนับว่าเขาเป็นนักดนตรีเพลงคลาสิกชาวเยอรมันที่ยิ่งใหญ่ของโลกคนหนึ่งเทียบเท่าบาคและ โยฮันเนส บรามส์